“จิต ๓๑ ดวงนั่นเอง เว้นสกทาคามิผลจิต และอนาคามิผลจิตของตน ย่อมเกิดแก่ พรหมอนาคามีในปฐมฌานภูมิ ๓”
๒๓๕. วิญฺญาณํ จกฺขุโสตานํ ปุญฺญชํ สมฺปฏิจฺฉนํ
สนฺตีรณทฺวยญฺเจว กฺริยจิตฺตานิ วีสติ.
๒๓๖. อรหตฺตผลํ ปาโก ปฐมชฺฌานสมฺภโว
สตฺตวีสติ จิตฺตานิ อรหนฺตสฺส ชายเร.
“จิต ๒๗ ดวง คือกุศลวิบากจักขุวิญญาณจิตและโสตวิญญาณจิต [๒] กุศลวิบาก-สัมปฏิจฉนจิต [๑] สันตีรณจิต๒กิริยาจิต ๒๐ อรหัตตผลจิต [๑] รูปาวจรปฐมฌานวิปากจิต [๑] ย่อมเกิดแก่พรหมอรหันต์”
๒๓๗. ปุถุชฺชนสฺส ตีเสฺวว ทุติยชฺฌานภูมิสุ
ฉตฺตึส ทุติยชฺฌาน- ตติยชฺฌานปากโต.
“จิต ๓๖ ดวง ทุติยฌานวิปากจิต และตติยฌานวิปากจิตย่อมเกิดแก่พรหมปุถุชน ในทุติยฌานภูมิ ๓”
[ฎีกาใหม่อธิบายว่าแ ม้ทุติยฌานวิปากจิตและตติยฌานวิปากจิตจะไม่เกิดแก่บุคคลคนเดียวกัน แต่พระพุทธทัตตะกล่าวว่า “พร้อมด้วยทุติยฌานวิปากจิตและตติยฌานวิปากจิต” เพื่อรวมปุถุชนเป็นต้น ที่เกิดในทุติยฌานภูมิโดยความเสมอกันแห่งความเป็นปุถุชนเป็นต้น ฎีกาเก่ากล่าวว่าจิต ๓๖ ดวง คืออ กุศลจิต ๑๐ (เว้นโทสมูลจิต ๒) โลกิยกุศลจิต๑ ๗กุศลวิบาก-จักขุวิญญาณจิต๑กุศลวิบากโสตวิญญาณจิต๑กุศลวิบากสัมปฏิจฉนจิต๑สันตีรณจิต ๒ อาวัชชนจิต ๒ รูปาวจรทุติยฌานวิปากจิต ๑ รูปาวจรตติยฌานวิปากจิต ๑]
๒๓๘. ปุถุชฺชนสฺส วุตฺเตสุ หิตฺวา วาปุญฺญปญฺจกํ
โสตาปนฺนสฺส พาตฺตึส ผเลน สห อตฺตโน.
“ในจิต [๓๖ ดวง]ที่กล่าวไว้แก่พรหมปุถุชน[ชั้นทุติยฌาน] จิต ๓๒ ดวง และผลจิต ของตน เว้นอกุศลจิต ๕ ย่อมเกิดแก่พรหมโสดาบัน[ชั้นทุติยฌาน]”