Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 162 | >>

การให้ผลของกามาวจรกุศลกรรม

๓๗๘. กุสลํ กามโลกสฺมึ ปวตฺเต ปฏิสนฺธิยํ
ตํ ตํ ปจฺจยมาคมฺม ททาติ วิวิธํ ผลํ.

“กุศลในกามภูมิ เมื่ออาศัยปัจจัยนั้นๆ [มีความบริบูรณ์แห่งกาลเป็นต้น] ย่อมให้ผล หลากหลาย [โดยความเป็นโสมนัส อุเบกขา สเหตุกจิต อเหตุกจิต อสังขาริกจิต และสสังขาริก-จิต] ในปฏิสนธิกาลและปวัตติกาล”

๓๗๙. เอกาย เจตนาเยกา ปฏิสนฺธิ ปกาสิตา
นานากมฺเมหิ นานา จ ภวนฺติ ปฏิสนฺธิโย.

“พระพุทธองค์ทรงแสดงปฏิสนธิหนึ่งในเจตนาหนึ่ง[ ที่เป็นอุปปัชชเวทนียกรรมและ อปราปริยเวทนียกรรม] อนึ่ง ปฏิสนธิต่างๆ ย่อมเกิดขึ้นเพราะกรรมต่างกัน”

การให้ผลต่างกันของกรรม

๓๘๐. ติเหตุกํ ตุ ยํ กมฺมํ กามาวจรสญฺญิตํ
ติเหตุกํ ทุเหตุญฺจวิปากํ เทตฺยเหตุกํ.

“กรรมใดเป็นติเหตุกะ (มีเหตุ ๓) ได้ชื่อว่า กามาวจรกรรมนั้นย่อมให้ผลที่เป็น ติเหตุกะ ทวิเหตุกะ (มีเหตุ ๒) และอเหตุกะ (ไม่มีเหตุ)”

๓๘๑. ทุเหตุกํ ตุ ยํ กมฺมํ ตํ น เทติ ติเหตุกํ
ทุเหตุกมเหตุญฺจวิปากํ เทติ อตฺตโน.

“กรรมใดเป็นทวิเหตุกะ[อย่างยิ่งยวด] กรรมนั้นย่อมไม่ให้ผลที่เป็นติเหตุกะ แต่ให้ ผลของตนที่เป็นทวิเหตุกะ และอเหตุกะ”

๓๘๒. ติเหตุเกน กมฺเมน ปฏิสนฺธิ ติเหตุกา
ทุเหตุกาปิ โหเตว น จ โหติ อเหตุกา.

“ปฏิสนธิที่เป็นติเหตุกะย่อมเกิดขึ้นด้วยกรรมที่เป็นติเหตุกะ แม้ปฏิสนธิที่เป็นทวิ-เหตุกะก็เกิดขึ้นได้ แต่ปฏิสนธิที่เป็นอเหตุกะย่อมไม่มี”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka