๕๕๔. เต เหตุปจฺจยา โหนฺติ จตุโวการภูมิยํ
ภวนฺติ สมฺปยุตฺตานํ อิตเร จ สภูมิยํ.
“เหตุดังกล่าวเป็นเหตุปัจจัยแก่สัมปยุตตธรรมเท่านั้นในจตุโวการภูมิ เหตุอื่น [เหตุที่เป็นอรูปาวจรวิบาก] เป็นเหตุปัจจัยแก่สัมปยุตตธรรมในภูมิของตน”
๕๕๕. เหตุตฺโถ เหตุโย เจว เหตุปจฺจยสมฺภโว
เอวเมว จ วิญฺเญยฺโย สญฺชาตสุขเหตุนา.
“โดยประการดังนี้ ผู้มีปัญญาที่เกิดขึ้นด้วยดีพึงทราบเนื้อความของเหตุธรรมที่เป็น เหตุและธรรมที่เกิดจากเหตุ”
[เนื้อความของเหตุท่านกล่าวไว้ในคาถา ๕๔๓-๔๗ ธรรมที่เป็นเหตุพบในคาถา ๕๒๔ และ ธรรมที่เกิดจากเหตุพบในคาถา ๕๔๘-๕๔]
อธิบดี ๔
๕๕๖. ฉนฺโท จิตฺตญฺจ วีริยํ วีมํสา จาติ สตฺถุนา
โลกาธิปตินา วุตฺตา จตุธาธิปตี สิยุํ.
“พระศาสดาผู้ทรงเป็นอธิบดีแห่งโลกตรัสอธิบดี๔อ ย่าง คือฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา”
๕๕๗. ฉนฺทํ ตุ เชฏฺฐกํ กตฺวา ฉนฺทํ กตฺวา ธุรํ ปน
จิตฺตสฺสุปฺปตฺติกาลสฺมึ ฉนฺทาธิปติ นามโส.
“ฉันทะนั้นชื่อว่า ฉันทาธิบดี ในเวลาที่จิตเกิดขึ้นกระทำฉันทะให้เป็นใหญ่เป็นผู้นำ”
๕๕๘. เอเสว จ นโย เญยฺโย เสเสสุปิ จ ตีสุปิ
อธิปตีติ นิทฺทิฏฺโฐ เชฏฺฐฏฺเฐนุปการโก.
“พึงทราบนัยนี้แม้ในอธิบดีอื่นทั้ง ๓ พระศาสดาทรงแสดงว่าธรรมที่เป็นอุปการะโดยความเป็นผู้นำ ชื่อว่า อธิบดี”