“เพศหญิงเป็นต้นอาศัยอิตถินทรีย์แล้วย่อมเกิดขึ้นในปวัตติกาลเท่านั้น ไม่เกิดใน ปฏิสนธิกาล”
๖๖๖. น จ ตํ จกฺขุวิญฺเญยฺยํ มโนวิญฺเญยฺยเมว ตํ
อิตฺถิลิงฺคาทโย จกฺขุ-วิญฺเญยฺยา โหนฺติ วา น วา.
“อิตถินทรีย์นั้นไม่ใช่รูปที่รู้ได้ด้วยจักขุวิญญาณ แต่รู้ได้ด้วยมโนวิญญาณ [คือนึกเอา] ส่วนเพศหญิงเป็นต้นรู้ได้ด้วยจักขุวิญญาณบ้าง รู้ไม่ได้ด้วยจักขุวิญญาณบ้าง”
ปุริสินทรีย์
๖๖๗. เอเสว จ นโย เญยฺโย เสเสปิ ปุริสินฺทฺริเย
อิทํ ปฐมกปฺปานํ อุภยํ ตุ ปวตฺติยํ.
๖๖๘. สมุฏฺฐาตีติ วิญฺเญยฺยํ ปรโต ปฏิสนฺธิยํ
ปวตฺเตปิ สมุฏฺฐาย ปวตฺเต ปริวตฺตติ.
“โปรดทราบนัยเดียวกันนี้ในปุริสินทรีย์ อินทรีย์ทั้งสองย่อมเกิดขึ้นในปวัตติกาลแก่คนต้นกัปห รือเกิดขึ้นในปฏิสนธิกาลแก่ บุคคลรุ่นหลังทั้งเกิดขึ้นในปวัตติกาลแล้วเปลี่ยนแปลงในปวัตติกาลก็ได้[ด้วยการเปลี่ยนเพศ]”
๖๖๙. มหตา ปาปกมฺเมน ปุริสตฺตํ วินสฺสติ
มหตา กุสเลเนว ชายเต ปุริสินฺทฺริยํ.
“ปุริสินทรีย์ย่อมวิบัติไปด้วยกรรมชั่วอันใหญ่หลวง และเกิดอีกได้ด้วยกรรมดีอัน ใหญ่หลวง”
๖๗๐. ทุพฺพลากุสเลเนว อิตฺถิลิงฺคํ วินสฺสติ
ทุพฺพเลเนว ปุญฺเญน อิตฺถิภาโว หิ ชายเต.
“อิตถินทรีย์ย่อมวิบัติไปด้วยกรรมชั่วที่อ่อนกำลัง และเกิดอีกได้ด้วยกรรมดีที่อ่อน กำลังนั้นแหละ”