๗๖๒. รูปํ นิพฺพตฺตมานํ ตุ สพฺเพสํ ปน ปาณินํ
ปฐมํ กมฺมโตเยว นิพฺพตฺตติ น สํสโย.
“รูปที่เกิดแก่สัตว์ทั้งหมด[ในกามภูมิและรูปภูมิ]ย่อมมีด้วยกรรมอย่างเดียว โดยไม่ ต้องสงสัย”
๗๖๓. คพฺภเสยฺยกสตฺตานํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ปน
ตญฺจ โข สนฺธิจิตฺตสฺสอุปฺปาเทเยว ชายเร.
“[รูปกลาปทสกะ ๓ กลุ่มคือ กายทสกะ ภาวทสกะ และวัตถุทสกะ] ย่อมเกิดใน ปฏิสนธิกาลของสัตว์ที่เกิดในครรภ์มารดา ทสกะดังกล่าวย่อมเกิดในอุปปาทขณะของปฏิสนธิจิต”
๗๖๔. ยเถว ตสฺส อุปฺปาเท ตึส รูปานิ ชายเร
ตเถว ฐิติภงฺเคสุ ตึส ตึเสว ชายเร.
“รูป ๓๐ อย่างย่อมเกิดในอุปปาทขณะของปฏิสนธิจิต ฉันใด ย่อมเกิดในฐิติขณะ และภังคขณะ แต่ละขณะมีรูป ๓๐ อย่าง ฉันนั้น”
๗๖๕. สพฺพาเนตานิ รูปานิ รูปกฺขนฺโธติ สญฺญิโต
อนิจฺโจ อทฺธุโวนตฺตา ทุกฺขกฺขนฺโธว เกวโล.
“รูปทั้งหมดนี้พึงทราบว่าเป็นรูปขันธ์ (กองรูป) ที่ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืนเ ป็นกองทุกข์ ล้วนๆ ไม่ใช่ตัวตน”
๗๖๖. โรคโต คณฺฑโต รูปํ ปรโต จ ปโลกโต
ทิสฺวาน ทุกฺขโต รูปํ รูเป ฉนฺทํ วิราชเย.
“เมื่อรู้เห็นรูปว่าเปรียบเหมือนโรค เป็นฝี เป็นฝ่ายอื่น[จากตน] เป็นสภาวะเสื่อมสลาย ไป[ด้วยพยาธิชรา และมรณะ] เป็นทุกข์ พึงคลายความพอใจในรูปเถิด”