ทสกกลาป ๕ กลุ่มยกเว้นจักขุทสกกลาป และโสตทสกกลาป ดังนี้เป็นต้น]
รูปกลาปในปวัตติกาล
๗๕๙. สตฺตวีสติ รูปานิ กามาวจรเทหิโน
อปฺปวตฺตนโต โหนฺติ ทฺวินฺนํ ภาวานเมกโต.
“รูป๒ ๗อ ย่างย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ชั้นกามาวจร เพราะภาวรูปทั้งสอง [อิตถีภาว-รูปและปุริสภาวรูป] ไม่เกิดพร้อมกัน”
๗๖๐. ฆานํ ชิวฺหา จ กาโย จ ตถา ภาวทฺวยมฺปิ จ
พฺรหฺมานํ ปน รูปีนํ ปญฺจ รูปา น วิชฺชเร.
“รูป๕อ ย่างคือ ฆานประสาท ชิวหาประสาท กายประสาท และภาวรูป๒ย่อม ไม่มีแก่รูปพรหม”
[รูป๕อ ย่างดังกล่าวไม่มีแก่รูปพรหม เพราะภาวนาที่คลายความพอใจในกามคุณเป็นเหตุ ให้ไปเกิดในพรหมโลก รูปพรหมจึงไม่มีฆานประสาทเป็นต้นที่มีประโยชน์เพื่อเสวยกามคุณอย่างเดียว แต่จักขุประสาทและโสตประสาทมีได้เพื่อเห็นพระพุทธเจ้าและฟังธรรม รูปพรหมเว้นอสัญญสัตว์พรหม มีรูป ๒๓ อย่าง เว้นฆานประสาท ชิวหาประสาท กาย-ประสาท และภาวรูป ๒ อสัญญสัตว์พรหมมีรูป๑ ๗อ ย่าง คือ มหาภูตรูป๔สีกลิ่นร สชีวิตรูป อาหารรูป อากาส-รูป วิการรูป และลักขณรูป๔ ]
๗๖๑. จตุสนฺตติ กามสฺมึ รูเป โหนฺติ ติสนฺตติ
ทฺวิสนฺตติ อสญฺเญสุ พหิทฺธา เอกสนฺตติ.
“สันตติรูป ๔ [กรรมชรูป จิตตชรูป อุตุชรูป และอาหารชรูป] ย่อมมีได้ในกามภูมิ สันตติรูป ๓ [กรรมชรูป จิตตชรูป และอุตุชรูป] มีในรูปภูมิ สันตติรูป ๒ [กรรมชรูป และอุตุชรูป] มีในอสัญญสัตว์ภูมิ สันตติรูป ๑ [อุตุชรูป] มีในรูปภายนอก”