(บุคคลผู้ได้อภิญญาหก)
อวิชชมาเนนวิชชมานบัญญัติเช่นอิตถิสัททะ (เสียงของสตรี)ปุริสสัท ทะ (เสียงของบุรุษ)
วิชชมาเนนวิชชมานบัญญัติเช่นจักขุวิญญาณ (วิญญาณอาศัยจักขุประสาท) โสต-วิญญาณ (วิญญาณอาศัยโสตประสาท)
อวิชชมาเนนอวิชชมานบัญญัติเช่นขัตติยกุมาร (กุมารผู้เป็นกษัตริย์) พราหมณ-กุมาร (กุมารผู้เป็นพราหมณ์)ภิกขุกุมาร (กุมารผู้เป็นภิกษุ)
โดยประการดังนี้ แม้บัญญัติทั้ง๖อ ย่างย่อมรวมเข้าในอุปาทาบัญญัตินี้ ทั้งหมดนี้ ชื่อว่าอุปาทาบัญญัติ”
[คำว่าเ ป็นต้นใ นสัจจะที่ ๕เ ป็นต้น หมายถึง โพชฌงค์ที่ ๘ (อฏฺฐมโพชฺฌงฺค) ตามทรรศนะ ของศาสนาพราหมณ์ คำว่าเ ป็นต้น ใน ประกฤติและบุรุษเ ป็นต้น หมายถึงสิ่งที่ไม่มีจริงเ ช่น ดอกฟ้า (อากาส-กุสุม)]
อุปนิธาบัญญัติ
อุปนิธาปญฺญตฺติปิ เอติสฺสา เอว ปเภทา. สา ปน “ทีฆํ อุปนิธาย รสฺโส. รสฺสํ อุป-นิธาย ทีโฆ”ติอาทินยปฺปวตฺตา “กปณํ มานุสกํ รชฺชํ ทิพฺพสุขํ อุปนิธายา”ติ เอวมาทิกา จ.
“อุปนิธาบัญญัติก็มีประเภทเหมือนอุปาทาบัญญัติบัญญัติดังกล่าวเป็นไปโดยนัย ว่ารัสสะ (สั้น) ในเมื่อเทียบกับของยาวกว่าทีฆะ (ยาว) ในเมื่อเทียบกับของสั้นกว่า และมี บัญญัติว่า ราชสมบัติของมนุษย์ทรามในเมื่อเทียบกับทิพยสมบัติ เป็นต้น”
คำสรุปบัญญัติ
ตสฺมา ปญฺญเปตพฺพโต จ ปญฺญาปนโต จ ปญฺญตฺตีติเวทิตพฺพา. สมญฺญา สมตฺตา.
“เพราะเหตุนั้น โปรดทราบว่าเป็นบัญญัติ เพราะพึงถูกให้รู้ได้[ด้วยสัททบัญญัติ] และ