“อนุสสติ ๖ ประเภทแรก [พุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติ สีลานุสสติ จาคานุสสติและเทวตานุสสติ] เหมาะสมแก่บุคคลผู้มีศรัทธาจริต กรรมฐาน ๔ ประเภท คือ การหมั่นระลึกถึงความตาย (มรณานุสสติ) การหมั่นระลึกถึงความสงบ (อุปสมานุสสติ)สัญญา ที่อาศัยอาหาร[โดยพิจารณาอาหารว่าน่าเกลียด] (อาหาเรปฏิกูลสัญญา) และธาตุววัตถาน (การกำหนดรู้ธาตุทั้ง ๔) เหมาะสมแก่ผู้มีพุทธิจริต”
๘๑๑. จตฺตาโรปิ จ อารุปฺปา เสสานิ กสิณานิ จ
อนุกูลา อิเม สพฺพ- จริตานนฺติ วณฺณิตา.
“กรรมฐานเหล่านี้ คือ อรูปกรรมฐาน ๔ และกสิณที่เหลือ [ปฐวีกสิณ อาโปกสิณ เตโชกสิณ วาโยกสิณ อาโลกกสิณ และอากาสกสิณ] เหมาะสมแก่ผู้มีจริตทั้งหมด [คือย่อม เหมาะสมกับบุคคลทั่วไป ไม่ว่าจริตใด]”
๘๑๒. อิทํ สพฺพํ ปเนกนฺต- วิปจฺจนีกภาวโต
อติสปฺปายโต วุตฺต- มิติ เญยฺยํ วิภาวินา.
“บัณฑิตพึงทราบว่าคำทั้งหมดนี้กล่าวไว้โดยความเป็นปฏิปักษ์กันโดยตรง และเป็น สภาพเหมาะสมอย่างยิ่ง”
กรรมฐาน ๔๐
๘๑๓. กมฺมฏฺฐานานิ สพฺพานิ จตฺตาลีสาติ นิทฺทิเส
กสิณานิ ทส เจว อสุภานุสฺสตี ทส.
๘๑๔. จตสฺโส อปฺปมญฺญาโย จตฺตาโร จ อรูปิโน
จตุธาตุววตฺถานํ สญฺญา จาหารตา อิติ.
“บัณฑิตพึงแสดงว่า กรรมฐานมี๔๐ อย่าง คือก สิณ๑ ๐อ สุภะ ๑๐ อนุสสติ๑๐ อัปปมัญญา ๔ อรูปกรรมฐาน ๔ จตุธาตุววัตถาน ๑ อาหาเรปฏิกูลสัญญา ๑”
กรรมฐาน ๑๐ ทำให้เกิดอุปจารสมาธิเท่านั้น
๘๑๕. กมฺมฏฺฐาเนสุ เอเตสุ อุปจารวหา กติ
อานาปานสตึ กาย- คตํ หิตฺวา ปนฏฺฐปิ.