และบรรลุองค์ฌานละเอียด อาวัชชนจิตทางมโนทวารย่อมเกิดแก่เธอโดยรับเอาปฐวีกสิณ นั้นเป็นอารมณ์ ตัดกระแสภวังค์โดยอาการว่า ทุติยฌานจักเกิดขึ้น ณ บัดนี้ ต่อจากนั้น ชวนจิต ๔ หรือ ๕ ดวงย่อมเกิดแก่เธอในอารมณ์นั้น”
[ข้อความข้างต้นกล่าวตามจตุกกนัยโดยหมายถึงติกขบุคคล ตามนัยนี้ปฐมฌานมีองค์ ๕ ทุติยฌานมีองค์ ๓ต ติยฌานมีองค์ ๒จ ตุตถฌานมีองค์ ๒ส่วนในปัญจกนัยที่เกี่ยวกับมันทบุคคล ปฐม-ฌานมีองค์ ๕ทุติยฌานมีองค์ ๔ต ติยฌานมีองค์ ๓จ ตุตถฌานมีองค์ ๒ปัญจมฌานมีองค์ ๒]
๙๔๒. อวสาเน ปเนกมฺปิ เตสํ ชวนเจตสํ
รูปาวจริกํ โหติ ทุติยชฺฌานมานสํ.
“ทุติยฌานจิตดวงเดียวในที่สุดของชวนจิตเหล่านั้น เป็นรูปาวจรชวนะ”
๙๔๓. สมฺปสาทนมชฺฌตฺตํ ปีติยา จ สุเขน จ
เอกคฺคตาย สํยุตฺตํ ฌานํ โหติ ติวงฺคิกํ.
“ฌานดังกล่าวประกอบด้วยศรัทธา เกิดภายในตน มีองค์ฌาน ๓ ประกอบด้วยปีติ สุข และเอกัคคตา”
๙๔๔. เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เสสํ สมุปลกฺขเย
เอวํ ทุวงฺคหีนํ ตุ ตีหิ องฺเคหิ สํยุตํ.
๙๔๕. ฌานํ ติวิธกลฺยาณํ ทสลกฺขณสํยุตํ
ทุติยาธิคตํ โหติ ภิกฺขุนา ภาวนามยํ.
“บัณฑิตพึงทราบข้อความอื่นตามนัยที่กล่าวไว้แล้วทุติยฌานที่ละองค์ ๒ ประกอบ ด้วยองค์ฌาน ๓ มีความงาม ๓ ประการ เพียบพร้อมด้วยลักษณะ ๑๐ สำเร็จด้วยการ ภาวนา ภิกษุได้บรรลุแล้วโดยประการฉะนี้”
[นัยที่กล่าวไว้แล้วคือปีติสุข และเอกัคคตามีกำลังมากกว่าวิตกและวิจาร, กามาวจรชวน-จิตในทุติยฌานวิถีได้ชื่อว่าบ ริกรรม อุปจาระ อนุโลม และโคตรภู, ชวนจิตดวงที่ ๕เ ป็นอัปปนาชวนะ, อัปปนาฌานไม่เกิดในชวนจิตดวงที่ ๖ และที่ ๗, การตกภวังค์ต่อจากอัปปนาชวนะ การเกิดอาวัชชน-