“ดังนั้นนักปฏิบัติผู้มีปัญญาได้สั่งสมความชำนาญในวสีภาวะทั้ง๕แ ล้ว ออกจาก ปฐมฌานที่คล่องแคล่วตามวิธี[ที่กล่าวมาแล้ว] เห็นโทษในปฐมฌานว่า สมาบัตินี้อยู่ใกล้ข้าศึก คือนิวรณ์ และมีองค์ทรามกว่าทุติยฌาน เพราะวิตกและวิจารเป็นสภาพหยาบ จึงดำริว่าทุติย-ฌานเป็นธรรมละเอียด คลายความพอใจในปฐมฌานแล้ว พึงเจริญภาวนาตามลำดับเพื่อการ บรรลุทุติยฌานต่อไปอีก”
[วิตกมีลักษณะดำริอารมณ์ หากดำริกามคุณอารมณ์ที่น่าเพลิดเพลินจะเป็นเหตุให้เสื่อมจาก ฌาน ดังนั้นวิตกจึงมีสภาพหยาบ ส่วนวิจารเป็นสหายของวิตก จึงมีสภาพหยาบเช่นกัน]
๙๓๖. อถสฺส ปฐมชฺฌานา วุฏฺฐาย วิธินา ยทา
สตสฺส สมฺปชานสฺส ฌานงฺคํ ปจฺจเวกฺขโต.
๙๓๗. ถูลโต ตกฺกจารา หิ อุปติฏฺฐนฺติ โยคิโน
เสสมงฺคตฺตยํ ตสฺสส นฺตเมโวปติฏฺฐติ.
๙๓๘. ถูลงฺคานํ ปหานาย ตทา ตสฺส จ โยคิโน
สนฺตงฺคปฏิลาภาย นิมิตฺตํ ตุ ตเทว จ.
๙๓๙. “ปถวี ปถวิ”จฺเจวํ กโรโต มนสา ปุน
อิทานิ ทุติยชฺฌาน- มุปฺปชฺชิสฺสติ ตํ อิติ.
๙๔๐. ภวงฺคํ ปน ปจฺฉิชฺช ปถวีกสิณํ ปน
ตเทวารมฺมณํ กตฺวา มโนทฺวารมฺหิ โยคิโน.
๙๔๑. ชายตาวชฺชนํ จิตฺตํ ตสฺมึ อารมฺมเณ ตโต
ชวนานิ หิ ชายนฺเต ตสฺส จตฺตาริ ปญฺจ วา.
“ลำดับนั้นเ มื่อนักปฏิบัตินั้นผู้มีสติสัมปชัญญะออกจากปฐมฌานตามวิธี[ที่กล่าว มาแล้ว]พิจารณาองค์ฌานอยู่ วิตกและวิจารย่อมปรากฏว่าเป็นสภาพหยาบ ส่วนองค์ฌาน ๓ ที่เหลือ[ ปีติสุข และเอกัคคตา] ปรากฏว่าละเอียด เมื่อเธอกระทำปฏิภาคนิมิตไว้ในใจบริกรรมว่า ปฐวีปฐวีเพื่อละองค์ฌานหยาบ