Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 348 | >>

“เมื่อเธอบรรลุทุติยฌานแล้วควรสั่งสมความชำนาญด้วยดีโดยอาการทั้ง ๕ (วสี-ภาวะ) แม้ในทุติยฌาน แล้วออกจากทุติยฌานที่คล่องแคล่วนั้นเ ห็นโทษในฌานว่าทุติยฌาน สมาบัตินี้มีวิตกและวิจารเป็นโทษใกล้ มีองค์ทรามกว่าตติยฌาน เพราะปีติมีสภาพหยาบ เนื่อง จากทำให้จิตของผู้เกิดปีติกระเพื่อม ทั้งเห็นตติยฌานว่าละเอียดกว่าจึงคลายความพอใจใน ทุติยฌาน พึงเจริญภาวนาตามลำดับเพื่อการบรรลุตติยฌานต่อไปอีก ลำดับนั้นเ มื่อเธอผู้มีสติสัมปชัญญะออกจากทุติยฌานแล้วพิจารณาองค์ฌานอยู่ ปีติย่อมปรากฏโดยความเป็นองค์หยาบ สุขเป็นต้นย่อมปรากฏว่าละเอียด เธอกระทำปฏิภาค-นิมิตไว้ในใจบริกรรมว่า ปฐวีปฐวีเพื่อละองค์ฌานหยาบและบรรลุองค์ฌานละเอียด อาวัชชน-จิตทางมโนทวารย่อมเกิดแก่เธอโดยรับเอาปฐวีกสิณนั้นเป็นอารมณ์ ตัดกระแสภวังค์โดยอาการ ว่าต ติยฌานจักเกิดขึ้นณบัดนี้ ต่อจากนั้น ชวนจิต๔ห รือ ๕ ดวงย่อมเกิดแก่เธอในอารมณ์ นั้น”

[ปีติมีลักษณะอิ่มใจด้วยความพอใจในอารมณ์ ทำให้จิตกระเพื่อม อาจไปเพลิดเพลินกามคุณ อารมณ์ได้ จึงมีสภาพหยาบ]

๙๕๖. อวสาเน ปเนกํ ตุ เตสํ ชวนเจตสํ
รูปาวจริกํ โหติ ตติยชฺฌานมานสํ.

“ตติยฌานจิตดวงเดียวในที่สุดของชวนจิตเหล่านั้น เป็นรูปาวจรชวนะ”

๙๕๗. สติยา สมฺปชญฺเญน สมฺปนฺนํ ตุ สุเขน จ
เอกคฺคตาย สํยุตฺตํ ทุวงฺคํ ตติยํ มตํ.

“ตติยฌานนั้นถึงพร้อมด้วยสติและสัมปชัญญะ มีองค์ฌาน ๒ ประกอบด้วยสุขและ เอกัคคตา”

๙๕๘. เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เสสํ สมุปลกฺขเย
เอวเมกงฺคหีนํ ตุ ทฺวีหิ องฺเคหิ สํยุตํ.
๙๕๙. ฌานํ ติวิธกลฺยาณํ ทสลกฺขณสํยุตํ
ตติยาธิคตํ โหติ ภิกฺขุนา ภาวนามยํ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka