Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 363 | >>

[สามเณรใช้น้ำมันทาบาตร เมื่อถึงเวลาฉันภัตตาหารเช้า พระเถระบอกให้นำบาตรมา เธอ เรียนว่าในบาตรมีน้ำมัน พระเถระคิดว่ามีน้ำมันมากจึงพูดว่าเอาน้ำมันใส่ขวดไว้ แต่สามเณรกลับเรียน ว่าไม่มีน้ำมันอ รูปฌานที่ ๔ก็มีอุปไมยฉันนั้น แม้ฌานนี้จะมีสัญญาละเอียดก็ไม่พอจะหมายรู้อารมณ์ หรือเป็นอารมณ์ของวิปัสสนาญาณได้ ท่านจึงกล่าวว่าฌานนี้ไม่มีสัญญาหยาบและมีสัญญาละเอียด อุปมาอีกอย่างหนึ่งคือ อาจารย์และสามเณรออกเดินทางไปนอกวัด สามเณรที่เดินอยู่ ข้างหน้าเห็นน้ำที่พอจะทำให้รองเท้าเปียก จึงกล่าวว่ามีน้ำอยู่ข้างหน้านิมนต์ถอดรองเท้า ฝ่ายอาจารย์ คิดว่ามีน้ำมาก จึงพูดว่าถ้ามีน้ำก็เอาผ้าอาบน้ำฝนมาเพื่อจะสรงน้ำ สามเณรจึงพูดว่าไม่มีน้ำ โดย หมายความถึงไม่มีน้ำที่พอจะสรงได้ อนึ่ง หน้าที่ของสัญญาที่ชัดเจน คือ การหมายรู้อารมณ์ และเป็นอารมณ์ของวิปัสสนาญาณ]

๑๐๓๘. เอตา หิ รูปมากาสํ วิญฺญาณํ ตทภาวกํ
อติกฺกมิตฺวา กมโต จตสฺโส โหนฺติ อาห จ.
๑๐๓๙. “อารมฺมณาติกฺกมโต จตสฺโสปิ ภวนฺติมา
องฺคาติกฺกมเมตาสํ น อิจฺฉนฺติ วิภาวิโน.
๑๐๔๐. สุปณีตตรา โหนฺติ ปจฺฉิมา ปจฺฉิมา อิธ
อุปมา ตตฺถ วิญฺเญยฺยา ปาสาทตลสาฏิกา”ติ.๕๗

“โดยแท้จริงแล้วอ รูปสมาบัติเหล่านี้มี๔ ประการด้วยการล่วงพ้นรูป [วงกสิณ] อากาศ [กสิณุคฆาฏิมากาศ] วิญญาณ [ปฐมารุปปวิญญาณ] และความไม่มีแห่งวิญญาณนั้น ตามลำดับ สมจริงดังคำกล่าวว่า ‘อรูปสมาบัติเหล่านี้ย่อมมีด้วยการล่วงพ้นอารมณ์ บัณฑิตย่อมไม่ปรารถนาการ ล่วงพ้นองค์ฌานของอรูปสมาบัติเหล่านั้น[เหมือนในรูปสมาบัติ] ในบรรดาอรูปสมาบัติเหล่านี้ สมาบัติอย่างหลังๆ ประณีตกว่าสมาบัติอย่างแรกๆ พึงทราบอุปมาในข้อนั้นว่าเหมือนพื้นและพรมในปราสาท’”

[อรูปสมาบัติทั้ง ๔ เหล่านี้ แม้มีองค์ฌานเหมือนกันคืออุเบกขาและเอกัคคตา ก็มีสภาพต่าง กัน โดยสมาบัติอย่างหลังๆ ประณีตกว่าสมาบัติอย่างแรกๆ ด้วยอำนาจของภาวนาที่มีกำลังมากขึ้นอุปมา

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka