Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 371 | >>

กำหนดเสียงแต่ละเสียงได้” จบ ทิพโสตญาณ

เจโตปริยญาณ

๑๐๖๙. กถํ ปนุปฺปาเทตพฺพํ เจโตปริยมานสํ
ทิพฺพจกฺขุวเสเนว อิทํ ญาณํ ปนิชฺฌติ.

“ถามว่า:ภิกษุพึงเจริญเจโตปริยญาณได้อย่างไร ตอบว่า : ญาณนี้ย่อมสำเร็จโดยเนื่องด้วยทิพยจักษุ[ที่เพ่งอาโลกกสิณ]นั่นเอง”

๑๐๗๐. อาโลกํ ปน วฑฺเฒตฺวา ตสฺมา ทิพฺเพน จกฺขุนา
หทยํ ปน นิสฺสาย วตฺตมานํ ตุ โลหิตํ.
๑๐๗๑. ทิสฺวา ปรสฺส วิญฺเญยฺยํ โหติ จิตฺตํ ตุ ภิกฺขุนา
โสมนสฺสยุเต จิตฺเต โลหิตํ โลหิตํ สิยา.
๑๐๗๒. โทมนสฺสยุเต จิตฺเต วตฺตมาเน ตุ กาฬกํ
อุเปกฺขาสหิเต จิตฺเต ติลเตลูปมํ สิยา.

“ดังนั้นภิกษุพึงขยายอาโลกกสิณแล้วตรวจดูสีเลือดที่อาศัยหัวใจ ก็จะรู้จิตของผู้ อื่นเ มื่อจิตประกอบด้วยโสมนัสเ ลือดจะมีสีแดง เมื่อประกอบด้วยโทมนัสมีสีดำ เมื่อประกอบ ด้วยอุเบกขา มีสีเหมือนน้ำมันงา”

[ผู้ใดมีจิตใจหนักไปในทางตัณหาราคะมาก โลหิตที่อยู่ภายในหัวใจนั้นก็มีสีแดงจัดถ้ามีโทสะ มากก็มีสีดำ โมหะมากก็มีสีเหมือนน้ำล้างเนื้อวิตกมากก็มีสีเหมือนน้ำต้มถั่วแขก ศรัทธามากก็มีสีเหลือง ปัญญามากก็มีสีเหมือนขาวใสสะอาดบริสุทธิ์]

๑๐๗๓. ตสฺมา ปรสฺส สตฺตสฺสทิสฺวา หทยโลหิตํ
เจโตปริยญาณํ ตํ กาตพฺพํ ถามตํ คตํ.

“ดังนั้น เธอเห็นสีเลือดในหัวใจของคนอื่นแล้วพึงกระทำเจโตปริยญาณให้มีกำลัง”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka