[อาบัติที่เป็นกิริยา คือ อาบัติที่ภิกษุล่วงละเมิดด้วยการกระทำทางกายหรือวาจา เช่น การ ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ พูดเท็จ เป็นต้น อาบัติที่เป็นอกิริยา คือ อาบัติที่ล่วงละเมิดด้วยการไม่กระทำสิ่งที่ควรกระทำทางกายหรือวาจา เช่น การไม่อุปัฏฐากพระอุปัชฌาจารย์ เป็นต้น]
เอตฺตาวตา เอกวีสติวิธํ กุสลํ,ทฺวาทสวิธํ อกุสลํ,ฉ ตฺตึสวิธํ วิปากํ,วีสติวิธํ กิริย-จิตฺตนฺติอาทิมฺหินิกฺขิตฺตํ จิตฺตํ เอกูนนวุติปฺปเภเทน วิธินา ปกาสิตํ โหตีติ.
“ด้วยถ้อยคำดังนี้ ข้าพเจ้าได้แสดงจิตที่ตั้งไว้ก่อนด้วยประเภท[ที่กล่าวไว้] ๘๙ ดวง คือกุศลจิต ๒๑ ดวง อกุศลจิต ๑๒ ดวง วิปากจิต ๓๖ ดวง และกิริยาจิต ๒๐ ดวง”
คาถาสรุปจิต ๘๙ ดวง
๖๓. เอกวีสติ ปุญฺญานิ ทฺวาทสากุสลานิ จ
ฉตฺตึเสว วิปากานิ กฺริยจิตฺตานิ วีสติ.
“กุศลจิตมี๒๑ ดวง อกุศลจิตมี๑๒ ดวง วิปากจิตมี๓๖ ดวง และกิริยาจิตมี๒๐ ดวง”
๖๔. เอกูนนวุติ สพฺเพ จิตฺตุปฺปาทา มเหสินา
อฏฺฐ โลกุตฺตเร กตฺวา นิทฺทิฏฺฐา หิ สมาสโต.ห
“ความจริงพระพุทธองค์ทรงแสดงจิตทั้งหมดไว้ ๘๙ ดวงโดยย่อ โดยตรัสโลกุตตรจิต ๘ ดวง”
คำลงท้ายปริจเฉท
๖๕. ปิฏเก อภิธมฺมสฺมึ เย ภิกฺขู ปาฏวตฺถิโน
เตหายํ อุคฺคเหตพฺโพ จินฺเตตพฺโพ ปุนปฺปุนํ.
“ภิกษุเหล่าใดปรารถนาความฉลาดรอบรู้ในพระอภิธรรม ภิกษุเหล่านั้นพึงศึกษา