มีสมบัติของตนเป็นเหตุใกล้”
กุจฺฉิตํ กตํ กุกตํ,ต สฺส ภาโว กุกฺกุจฺจํ.ตํ ปจฺฉานุตาปลกฺขณํ, กตากตานุโสจนรสํ, วิปฺปฏิสารปจฺจุปฏฺฐานํ กตากตปทฏฺฐานํ.
“คำว่า กุกตะ คือ กรรมที่น่ารังเกียจ กุกกุจจะ คือ ความเป็นกรรมที่น่ารังเกียจ กุกกุจจะ มีสภาพเดือดร้อนในภายหลัง มีหน้าที่เศร้าโศกถึงทุจริตที่ทำแล้วและสุจริตที่ยังไม่ได้ทำ มีความเดือดร้อนใจเป็นเครื่องปรากฏ มีทุจริตที่ทำแล้วและสุจริตที่ยังไม่ได้ทำเป็นเหตุใกล้”
ถินตา ถินํ.มิทฺธตา มิทฺธํ.อ นุสฺสาหนสํสีทนตา อสตฺติวิฆาโต จาติอตฺโถ. ถินญฺจ มิทฺธญฺจ ถินมิทฺธํ.ต ตฺถถินํ อนุสฺสาหนลกฺขณํ,วีริยวิโนทนรสํ,สํสีทนภาวปจฺจุปฏฺฐานํ.มิทฺธํ อกมฺมญฺญตาลกฺขณํ, โอนหนรสํ, ลีนตาปจฺจุปฏฺฐานํ, อุภยมฺปิ อโยนิโสมนสิการปทฏฺฐานํ. เสสา กุสเล วุตฺตนเยน เวทิตพฺพา.
“ถีนะ คือ ความท้อถอย มิทธะคือ ความเซื่องซึม หมายความว่า ความถดถอยที่เป็นความไม่ขวนขวาย และความเบียดเบียน[จิต]ที่ไร้ความสามารถ ถีนมิทธะคือ ความท้อถอยและความเซื่องซึม ถีนะ มีสภาพไม่ขวนขวาย มีหน้าที่ละความเพียร มีความถดถอยเป็นเครื่องปรากฏ มิทธะมีสภาพไม่เหมาะสมในกิริยา มีหน้าที่ห้าม[ลำดับวิถีจิตทางปัญจทวารและมโนทวารให้สู่ภวังค์] มีความหดหู่เป็นเครื่องปรากฏ เจตสิกทั้งสองดวงนั้นมีความไม่ใส่ใจโดยแยบคายเป็นเหตุใกล้ โปรดทราบเจตสิกอื่นตามนัยที่ข้าพเจ้ากล่าวไว้ในกุศลเจตสิก”