อุเบกขาและเอกัคคตา]”
๑๑๖. สภาเวนาวิตกฺเกสุ ฌานงฺคานิ น อุทฺธเร
สพฺพาเหตุกจิตฺเตสุ มคฺคงฺคานิ น อุทฺธเร.
“พระพุทธองค์ไม่ทรงยกองค์ฌานไว้ในจิตที่ไม่มีวิตกโดยสภาวะ [ทวิปัญจวิญญาณจิต ๑๐] และไม่ทรงยกองค์มรรคไว้ในอเหตุกจิต [๑๘] ทั้งหมด”
จำแนกจิตโดยอินทรีย์
๑๑๗. ตีณิ โสฬสจิตฺเตสุ อินฺทฺริยานิ วเท พุโธ
เอกสฺมึ ปน จตฺตาริ ปญฺจ เตรสสุทฺธเร.
“พระศาสดาตรัสอินทรีย์ ๓ [ชีวิตินทรีย์ มนินทรีย์ และเวทนินทรีย์ ๔ อย่างใดอย่าง หนึ่งคือ สุข ทุกข์ โสมนัส อุเบกขา] ไว้ในจิต ๑๖ ดวง [อเหตุกวิปากจิต ๑๕ ปัญจทวารา-วัชชนจิต ๑] อินทรีย์ ๔ [ชีวิตินทรีย์ มนินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ และวิริยินทรีย์] ย่อมมีได้ในวิจิกิจฉา-สัมปยุตตจิตดวงหนึ่ง อินทรีย์ ๕ [วิริยินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ มนินทรีย์ สมาธินทรีย์ และอินทรีย์หนึ่งใน เวทนินทรีย์ ๕ ตามสมควร] ย่อมมีได้ในจิต ๑๓ ดวง [อกุศลจิต ๑๑ (เว้นวิจิกิจฉาสัมปยุตต-จิต ๑) และกิริยาเหตุกมโนวิญญาณธาตุ ๒]”
[อินทรีย์ ๓ ที่ประกอบในจิต ๑๖ ดวง จำแนกเป็น
- อินทรีย์ ๓คือชีวิตินทรีย์ มนินทรีย์ และสุขินทรีย์ ประกอบในกุศลวิบากกายวิญญาณ-จิต
- อินทรีย์ ๓ คือ ชีวิตินทรีย์ มนินทรีย์ และทุกขินทรีย์ ประกอบในอกุศลวิบากกาย-วิญญาณจิต
- อินทรีย์ ๓คือชีวิตินทรีย์ มนินทรีย์ และโสมนัสสินทรีย์ ประกอบในโสมนัสสันตีรณ-จิต
- อินทรีย์ ๓ คือ ชีวิตินทรีย์ มนินทรีย์ และอุเปกขินทรีย์ ประกอบในอเหตุกวิปากจิต