Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 17 หน้าที่ 195

เล่ม มมร. 17 หน้า 195 ข้อ 19
ก็ในคำว่า กมโต นี้ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- สติสัมโพชฌงค์ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ก่อน เพราะสติสัมโพช- ฌงค์นั้นเป็นอุปการะแก่โพชฌงค์ที่เหลือทั้งหมด เพราะพระบาลีว่า ภิกษุ ทั้งหลายก็เราตถาคตกล่าวสตินั้นแลว่ามีประโยชน์แก่ธรรมทั้งปวง ดังนี้ . เบื้องหน้าแต่นั้น ประโยชน์ในการกล่าวโพชฌงค์ที่เหลือไว้ก่อนไว้หลัง ได้กล่าวไว้แล้วในสุตตะนั้นเอง โดยนัยเป็นต้นว่า เธอมีสติอยู่อย่างนั้น ๑ เลือกเฟ้นธรรมนั้นด้วยปัญญา ดังนี้. ในที่นี้พึงทราบวินิจฉัยแม้โดยลำดับ ดังกล่าวมานี้. พึงทราบวินิจฉัยในบทว่า อนูนาธิกโต ดังต่อไปนี้ :- ถามว่า ก็เพราะเหตุไร พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสโพชฌงค์ไว้ เพียง ๗ ประการเท่านั้นไม่ขาดไม่เกิน? ตอบว่า เพราะเป็นปฎิปักษ์ต่อความหดหู่และความฟุ้งซ่าน และ เพราะประโยชน์แก่โพชฌงค์ทุกข้อ. อธิบายว่า ในอธิการแห่งโพชฌงค์ นี้ โพชฌงค์ ๓ ข้อ เป็นปฎิปักษ์ต่อความหดหู่. เหมือนอย่างที่พระผู้มี พระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ภิกษุทั้งหลาย ในสมัยใดแลจิตเป็นธรรมชาติหดหู่ ในสมัยนั้นเป็นเวลาเหมาะที่จะเจริญธัมมวิจยสัม- โพชฌงค์ เหมาะที่จะเจริญวิริยสัมโพชณงค์ เหมาะ ที่จะเจริญปีติสัมโพชฌงค์ ดังนี้ . โพชฌงค์ ๓ ข้อ เป็นปฎิปักษ์ต่อความฟุ้งซ่าน. เหมือนอย่างที่ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ๑. ปาฐะว่า ตถาคโต แต่ฉบับพม่าเป็น ตถา สโต จึงแปลตามพม่าเพราะเห็นว่าเหมาะกว่า.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka