Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 18 หน้าที่ 33

เล่ม มมร. 18 หน้า 33 ข้อ 158
ได้ยินว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอาศัยอยู่ในถ้ำอินทศาล ณ เวทิสสก บรรพต. ครั้งนั้นนกฮูกตัวหนึ่ง ครั้นเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเข้าไปสู่บ้าน เพื่อบิณฑบาต ก็บินตามได้ครึ่งทาง ครั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จออกมา ก็ทำ การต้อนรับครึ่งทาง. ในวันหนึ่ง นกฮูกนั้นลงจากภูเขาไหว้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีพระภิกษุสงฆ์แวดล้อมประทับนั่งในเวลาเย็น โดยป้องปีก ประคองอัญชลี ทำศีรษะให้ต่ำลง ยืนนมัสการพระทศพลอยู่. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแลดูนกฮูก นั้นแล้ว ทรงกระทำการยิ้มแย้ม. พระอานนทเถระทูลถามว่า ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ อะไรหนอแล เป็นเหตุ อะไรเป็นปัจจัยแห่งการทรงยิ้มแย้มให้ปรากฏ. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนอานนท์ เธอจงดูนกฮูกนี้ นกฮูกนี้ยังจิตให้ เลื่อมใสในเราและในพระภิกษุสงฆ์แล้วท่องเที่ยวในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ตลอดแสนกัป จักเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้านามว่าโสมนัส ดังนี้แล้ว จึงตรัส พระคาถาว่า ดูก่อนนกฮูกตากลม อยู่เป็นเวลายาว นานในภูเขาเวทิสสกะ เจ้านกฮูก เจ้ามี ความสุขแล้ว เจ้านั้นเห็นพระพุทธเจ้าผู้ ประเสริฐผู้ลุกขึ้นตามกาล ยังจิตให้เลื่อมใส ในเรา และในพระภิกษุสงฆ์อันยอดเยี่ยม จะไม่ไปสู่ทุคติตลอดแสนกัป ครั้นเคลื่อน จากเทวโลกแล้ว อันกุศลมูลตักเตือนแล้ว จักเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้มีญาณอันหาที่ สุดมิได้ปรากฏนามว่า โสมนัส.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka