ทุกข์มีการฆ่าและการจองจำเป็นต้น ย่อมไม่ได้ เพื่อทำการงานของตนมีการทำ
นา และการค้าขายเป็นต้น เลี้ยงชีพ. ทรงหมายถึงพระกรุณานั้น จึงตรัสว่า
วิหิงสาวิตกย่อมเกิดขึ้น. บทว่า ตถา ตถา ความว่า โดยเหตุนั้น ๆ. ท่าน
อธิบายอย่างนี้ว่า ทรงตรึกวิตกใด ๆ ในกามวิตกเป็นต้น และทรงยังวิตกใด ๆ
ให้เป็นไป พระโพธิสัตว์นั้นไม่มีพระหฤทัยด้วยความมีกามวิตกเป็นต้นนั้นเลย
โดยอาการนั้นๆ. บทว่า ปหาสิ เนกฺขมฺมวิตกฺกํ ความว่า ละเนกขัมมวิตก.
บทว่า พหุลมกาสิ ความว่า ได้ทำให้มาก. บทว่า ตสฺส ตํ กามวิตกฺกาย
จิตฺตํ ความว่า พระหฤทัยนั้นของพระโพธิสัตว์นั้น ย่อมน้อมไปเพื่อประโยชน์
แก่กามวิตก โดยประการที่ประกอบพร้อมด้วยกามวิตกนั้นเทียว. แม้ในบทที่
เหลือก็มีนัยเช่นเดียวกัน.
บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงอุปมาที่แสดงถึงเนื้อความ จึงตรัสว่า เสยฺยถาปิ
ดังนี้เป็นต้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กิฏฺสมฺพาเธ ความว่า ในที่คับแคบ
ด้วยข้าวกล้า. บทว่า อาโกฏฺเฏยฺย ความว่า ตีหลงโดยตรง. บทว่า ปฏิโกฏฺ
เฏยฺย ความว่า ตีซี่โครงโดยทางขวาง. บทว่า สนฺนิรุทฺเธยฺย ความว่า
ห้ามแล้วให้หยุด. บทว่า สนฺนิวาเรยฺย ความว่าไม่พึงให้เพื่อไปทางนั้นและ
ทางนี้. บทว่า ตโตนิทานํ ความว่า โดยเหตุนั้น คือ โดยเหตุที่โคทั้ง
หลายที่ไม่ได้รักษาอย่างนั้น กินข้าวกล้าของคนเหล่าอื่น. ก็นายโคบาลโง่ เมื่อไม่
รักษาโคทั้งหลายอย่างนี้ ย่อมถึงทุกข์มีการฆ่าเป็นต้น จากสำนักของเจ้าของโค
ทั้งหลายว่า คนเลี้ยงโคนี้กินข้าวและค่าจ้างของเรา ไม่สามารถแม้เพื่อรักษาโค
ทั้งหลายโดยตรง กลับให้เปลี่ยนเวรกับตระกูลทั้งหลายบ้าง จากเจ้าของข้าว
กล้าบ้าง. แต่นายโคบาลผู้ฉลาด เมื่อเห็นภัย ๔ อย่างนี้ ย่อมรักษาโคทั้งหลาย
ให้ผาสุก บทนั้นท่านกล่าวหมายถึงเหตุนั้น. บทว่า อาทีนวํ ได้แก่อุปัททวะ.
บทว่า โอการํ คือ ความลามก คือความต่ำทรามในขันธ์ทั้งหลาย. บทว่า