Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 19 หน้าที่ 126

เล่ม มมร. 19 หน้า 126 ข้อ 426 427
เสวยอยู่ซึ่งทุกขเวทนา เจ็บปวด กล้าแข็ง เผ็ดร้อน เป็นอย่างยิ่งอยู่เพียง นี้ ไม่ยิ่งไปกว่านี้. ก็แต่เรา ไม่ได้บรรลุญาณทัสสนะวิเศษ เพื่อเป็นอริยบุคคล อุตตริมนุสธรรม ด้วยทุกกรกิริยาที่เผ็ดร้อนนี้ พึงมีทางอื่นเพื่อตรัสรู้. อัคคิเวสสนะ เราได้ปริวิตกว่า ก็เรายังจำได้ว่า ในงานของพระบิดา เราได้ นั่งแล้ว ณ ร่มเงาต้นหว้าเป็นที่ร่มเย็น ได้สงัดแล้วจากกามทั้งหลาย สงัดแล้ว จากอกุศลธรรมทั้งหลาย ได้เข้าถึงฌานที่หนึ่ง มีวิตกวิจารปิติและสุข อันเกิดแต่ วิเวกอยู่ ทางนี้พึงเป็นทางเพื่อตรัสรู้. อัคคิเวสสนะ เรานั้น ได้มีความรู้สึกอัน แล่นไป ตามสติว่า นี่แล หนทางแห่งการตรัสรู้. อัคคิเวสสนะ เรานั้น ได้ปริวิตกว่า เราจะกลัวความสุข ซึ่งเป็นความสุขนอกจากกามทั้ง หลาย นอกจากอกุศลธรรมแลหรือ. อัคคิเวสสนะ เรานั้นได้ปริวิตกต่อ ไปว่า เราไม่ควรกลัวต่อสุขซึ่งเป็นสุขนอกจากกามทั้งหลาย นอกจากอกุศล ธรรมเช่นนั้นเลย. [๔๒๖] อัคคิเวสสนะ เรานั้นได้ปริวิตกเรื่องนี้อีกว่า การบรรลุถึง ความสุขด้วยกายอันถึงความลำบาก กระทำได้มิใช่ง่าย, ถ้ากระไรเราพึง กลืนกินอาหารที่หยาบ คือข้าวสุกและขนมสดเถิด. อัคคิเวสสนะ เราจึง กลืนกินอาหารที่อาบัติ คือข้าวสุกและขนมสด. อัคคิเวสสนะ โดยสมัยนั้น แล ภิกษุทั้งหลาย ๕ รูป เป็นผู้บำรุงอยู่ ด้วยตั้งใจว่า พระสมณโคดม จัก บรรลุถึงธรรมใด จักบอกธรรมนั้นแก่เราทั้งหลาย. อัคคิเวสสนะ ตั้งแต่เรา ได้กลืนกินอาหารหยาบ มีข้าวสุกและขนมสดแล้ว ภิกษุทั้ง ๕ รูปเหล่า นั้น ก็พากันหน่ายเรา หลีกไปเสีย ด้วยเข้าใจว่า พระสมณโคดม เป็นคนมัก มาก คลายจากความเพียร เวียนมาเพื่อเป็นคนมักมากไปเสียแล้ว. [๔๒๗] อัคคิเวสสนะ เรานั้นครั้นกลืนกินอาหารหยาบ พาให้มีกำลัง ขึ้นแล้ว ได้สงัดแล้วจากกามทั้งหลายเทียว ได้สงัดแล้วจากอกุศลธรรมทั้ง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka