เพื่อความเป็นเช่นนี้ไม่มี ดังนี้. อัคคิเวสสนะ วิชาที่สาม เราได้บรรลุใน
ยามที่สุดแห่งราตรี กำจัดอวิชาเสียได้ วิชาก็เกิดขึ้น กำจัดความมือเสีย
ได้ แสงสว่างก็เกิดขึ้น สมกับที่เป็นบุคคลผู้ไม่ประมาท มีความเพียร มีตน
ส่งไปแล้วแลอยู่. อัคคิเวสสนะ สุขเวทนาถึงปานนี้ ได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
ก็ไม่ครอบงำจิตตั้งอยู่ได้.
[๔๓๐] อัคคิเวสสนะ เราแลเป็นผู้แสดงธรรมแก่บริษัทหลายร้อยยังจำ
ได้คนหนึ่งๆ ย่อมสำคัญเราอย่างนี้โดยแท้ว่า พระสมณโคดม ปรารภเราที
เดียวแสดงธรรม ดังนี้. อัคคิเวสสนะ ข้อนั้น ไม่ควรเห็นอย่างนี้ ตถาคตย่อม
แสดงธรรมแก่เวไนยสัตว์ทั้งหลายนั้นๆ ด้วยอาการอันชอบแท้ ในที่สุดเพียง
เพื่อให้รู้แจ้งเท่านั้น. อัคคิเวสสนะ ในที่สุดคาถานั้นๆ เรานั้นยังจิตอันเป็นภาย
ในอย่างเดียว ให้ตั้งพร้อมอยู่ ในสงบ ให้ตั้งมั่น ทำสมาธิเป็นธรรมมีอารมณ์
เป็นอันเดียวผุดขึ้นในสมาธินิมิต ที่เราอยู่ตลอดกัปเป็นนิจ
ส. นี่คำของพระโคดม ควรเชื่อได้ สมเป็นคำของพระอรหันตสัมมา
สัมพุทธเจ้านั้น. พระโคดมทรงจำได้อยู่หรือ เรื่องทรงบรรทมหลับกลาง
วัน.
พ. เราจำได้อยู่ อัคคิเวสสนะ เมื่อเดือนท้ายฤดูคิมหะ เรากลับจาก
บิณฑบาตแล้ว ภายหลังภัตรให้ปูผ้าสังฆาฏิเป็น ๔ ชั้น ลงแล้ว มีสติสัมปชัญญะ
อยู่ หยั่งลงสู่ความหลับ โดยข้างขวา.
ส. พระโคดม สมณพราหมณ์พวกหนึ่ง ก็ติเตียนข้อนั้นได้ในเพราะ
อยู่ด้วยความลุ่มหลง.
พ. อัคคิเวสสนะ บุคคลจะเป็นผู้หลงหรือไม่เป็นผู้หลง ด้วยอาการเพียง
เท่านั้นก็หาไม่. อัคคิเวสสนะ ก็แต่ว่าบุคคลจะเป็นผู้หลง หรือไม่เป็นผู้
หลง ด้วยอาการใด ท่านจงฟังอาการนั้น ทำไว้ในใจให้ดีเถิด. เรา