Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 19 หน้าที่ 266

เล่ม มมร. 19 หน้า 266 ข้อ 487
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงความสิ้นอาสวะด้วยประการฉะนี้แล้ว ก็ทรงจบเทศนาลงด้วยยอดคือพระอรหัตตผล. สำหรับในที่นี้ ควรรวมเอาเทวโลกมาตั้งไว้ด้วย คือ ก. พรหมโลก ๑๘ ชั้น คือ พรหมโลกด้วยอำนาจฌานภูมิ ๓ ชั้นแรก(ชั้นละ ๓)รวมเป็น ๙ สุทธาวาส ๕ รวมกับอรูปภูมิอีก ๔ รวมเป็น ๙ (รวมทั้งหมดเป็น ๑๘) ข. พรหมโลก ๒๐ ชั้น คือ เอาพรหมโลกในข้อ ก. ๑๘ พร้อมกับชั้นเวหัปผลาอีก ๑+๑๘=๑๙ ใส่อสัญญีภพเข้ามาใน ๑๙ นั้นอีก ๑+๑๙=๒๐ (รวมทั้งหมดเป็น ๒๐) ค. เทวโลก ๒๖ ชั้น คือ เอาพรหมโลกในข้อ ก. และ ข. ๒๐ กับกามาวจรอีก ๖ (เทวโลกทั้งหมดเป็น ๒๖ ชั้น) พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงการเกิดของพวกเทพแม้ทั้งหมดนั้นด้วย กุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ. ใน ๒๖ ชั้น การเกิดในกามาวจร ๖ ชั้น ย่อม มีได้ ด้วยวิบากแห่งสุจริตทั้งสามอย่างนั่นเอง. ส่วนกรรมบถเหล่านี้ตรัสด้วย อำนาจเป็นอุปนิสัยแห่งเทวโลกชั้นบน. จริงอยู่ กุศลกรรมบถทั้ง ๑๐ ข้อ ก็คือศีล, การบริกรรมกสิณ ย่อมสำเร็จแก่ผู้มีศีลเท่านั้น ฉะนั้น เมื่อตั้งอยู่ใน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka