Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 19 หน้าที่ 285

เล่ม มมร. 19 หน้า 285 ข้อ 502
โก. "ท่านครับ อายุสังขาร ก็อันนั้นแหละ สิ่งที่จะพึงรู้ก็อันนั้นหรือ หนอ? หรือว่า อายุสังขาร เป็นอันอื่น สิ่งที่จะพึงรู้ก็เป็นอันอื่น?" สา. "หามิได้เลยคุณ ที่อายุสังขาร ก็อันนั้นแหละ สิ่งที่จะพึงรู้ก็เป็น อันนั้น, คุณ ถ้าอายุสังขารจะได้เป็นอันนั้น, สิ่งที่จะพึงรู้ก็จะได้เป็นอัน นั้น, การออกของภิกษุผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธนี้ ก็จะพึงปรากฏไม่ได้ แต่ เพราะอายุสังขารก็เป็นอันอื่น สิ่งที่จะพึงรู้ก็เป็นอันอื่น, ฉะนั้น การออกของ ภิกษุผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ (ดับสัญญาและเวทนา=ดับจิตใจ) จึงปรากฏ." [๕๐๒] โก. "ท่านครับ เมื่อไรหนอ สิ่งกี่อย่างจึงจะละร่างนี้ ไป แล้วก็ตอนนั้น ร่างนี้ ก็ถูกทิ้ง ถูกวางลง นอนเหมือนกับท่อนไม้ที่ไร้จิต ใจหรือ" สา. "คุณ เมื่อใดแล สิ่งสามอย่างคืออายุ ไออุ่น และวิญญาณ ละร่าง นี้ไป, เมื่อนั้นร่างนี้ก็ถูกทิ้งถูกวางลง นอนเหมือนกับท่อนไม้ที่ไร้จิตใจ. โก. "อะไรที่เป็นเครื่องทำให้แตกต่างกันระหว่างคนที่ตาย ผู้ทำกาละ แล้ว กับผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ เหล่านี้ครับท่าน" สา. "คุณ สำหรับผู้ที่ตายทำกาละแล้วนี้นั้น เครื่องปรุงกาย (ลมหาย ใจเข้าออก) ดับ สงบไปแล้ว, เครื่องปรุงจิต (ความรู้สึก ความจำได้) ดับ สงบไปแล้ว, อายุก็หมดสิ้นแล้ว, ไออุ่นก็ระงับไปแล้ว, อินทรีย์ทั้ง หลาย ก็พังทะลายแล้ว, และสำหรับภิกษุผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธนี้นั้น เครื่อง ปรุงกายก็ดับสงบไปแล้ว, เครื่องปรุงวาจาก็ดับสงบไปแล้ว, เครื่องปรุง จิต ก็ดับสงบไปแล้ว; (แต่) อายุยังไม่หมดสิ้น, ไออุ่นก็ยังไม่ระงับ, อินทรีย์ทั้ง หลาย กลับผ่องใสเป็นพิเศษ, นี้คือข้อที่ทำให้แตกต่างกันระหว่างผู้ที่ตายทำ กาละแล้วกับผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธเหล่านั้น."
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka