Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 19 หน้าที่ 375

เล่ม มมร. 19 หน้า 375 ข้อ 528
๔. เป็นผู้ชอบพูดเท็จ พร้อมกับสุขบ้าง พร้อมกับโสมนัสบ้าง, และ เพราะการพูดเท็จเป็นปัจจัย เขาย่อมเสวยสุขโสมนัส. ๕. เป็นพูดส่อเสียด พร้อมกับสุขบ้าง พร้อมกับโสมนัสบ้าง, และ เพราะการพูดส่อเสียดเป็นปัจจัย เขาย่อมเสวยสุขโสมนัส. ๖. เป็นผู้พูดคำหยาบ พร้อมกับสุขบ้าง พร้อมกับโสมนัสบ้าง และ เพราะการพูดคำหยาบเป็นปัจจัย เขาย่อมเสวยสุขโสมนัส. ๗. เป็นผู้ชอบพูดคำสำรากเพ้อเจ้อ พร้อมกับสุขบ้าง พร้อมกับโสมนัส บ้าง, และเพราะการพูดสำรากเพ้อเจ้อเป็นปัจจัย เขาย่อมเสวยสุขโสมนัส. ๘. เป็นผู้มากด้วยความเพ่งเล็ง พร้อมกับสุขบ้าง พร้อมกับ โสมนัสบ้าง, และเพราะความเพ่งเล็งเป็นปัจจัย เขาย่อมเสวยสุขโสมนัส. ๙. เป็นผู้มีจิตพยาบาท พร้อมกับสุขบ้าง พร้อมกับโสมนัสบ้าง, และเพราะความพยาบาทเป็นปัจจัย เขาย่อมเสวยสุขโสมนัส. ๑๐. เป็นผู้มีความเห็นผิด พร้อมกับสุขบ้าง พร้อมกับโสมนัส บ้าง, และเพราะความเห็นผิดเป็นปัจจัย เขาย่อมเสวยสุขโสมนัส. (แต่) เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เขาย่อมเข้าถึงอบายทุคติ วินิบาต นรก. ภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าการยึดถือสิ่งที่มีสุขในปัจจุบัน แต่ต่อ ไปมีผลเป็นทุกข์. [๕๒๘] "ภิกษุทั้งหลาย ก็แลการถือมั่นสิ่งที่มีทุกข์ในปัจจุบัน แต่มี สุขเป็นวิบากต่อไป เป็นไฉน "ภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ :-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka