Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 20 หน้าที่ 26

เล่ม มมร. 20 หน้า 26 ข้อ 17
ชื่อว่า ปรปริตาปนานุโยคํ. บทว่า ทิฏฺเว ธมฺเม คือในอัตภาพนี้แหละ. บทว่า นิจฺฉาโต ไม่มีความหิว ตัณหาท่านเรียกว่า ฉาต. ชื่อว่า นิจฺฉาโต เพราะไม่มีความอยาก. ชื่อว่า นิพฺพุโต เพราะดับกิเลสได้ทั้งหมด. ชื่อว่า สีติภูโต เพราะเป็นผู้เย็นเพราะไม่มีกิเลสอันทำให้เดือดร้อนในภายใน. ชื่อว่า สุขปฏิสํเวที เพราะเสวยสุขเกิดแต่ฌานมรรคผลและนิพพาน. บทว่า พฺรหฺม- ภูเตน อตฺตนา มีตนเป็นดังพรหมคือมีตนประเสริฐ. บทว่า จิตฺตํ อาราเธติ ยังจิตให้ยินดี คือยังจิตให้ถึงพร้อม ให้ บริบูรณ์. อธิบายว่า ให้เลื่อมใส. บทว่า ทุกฺขปฏิกฺกูลํ เกลียดทุกข์ คือ ทุกข์เป็นสิ่งน่าเกลียดตั้งอยู่ในความเป็นข้าศึก. อธิบายว่า ไม่ปรารถนาทุกข์. ในบทว่า ปณฺฑิโต นี้ ไม่ควรกล่าวว่าเป็นบัณฑิตด้วยเหตุ ๔ ประ- การ. แต่ควรกล่าวว่าเป็นบัณฑิตเพราะทำกรรมใน สติปัฏฐาน แม้บทนี้ว่า มหาปญฺโ ก็ไม่ควรกล่าวด้วยลักษณะของมหาปัญญาด้วยบทมีอาทิว่า มหนฺเต อตฺเถ ปริคณฺหติ ถือเอาประโยชน์ใหญ่. แต่ควรกล่าวว่าเป็นผู้มี ปัญญามากเพราะประกอบด้วยปัญญากำหนดถือเอา สติปัฏฐาน. บทว่า มหตา อตฺเถน สํยุตฺโต อภวิสฺส เขาจักเป็นผู้ประกอบด้วยประโยชน์ใหญ่ คือพึง เป็นผู้ประกอบ เป็นผู้ถึงด้วยประโยชน์ใหญ่ ความว่า พึงบรรลุโสดาปัตติผล. ถามว่า ก็แม้เมื่อตั้งอยู่เฉพาะพระพักตร์พระพุทธเจ้าทั้งหลาย จะมี อันตรายแก่มรรคผลหรือ. ตอบว่า มีซิ. แต่มิได้มีเพราะอาศัยพระพุทธเจ้า ทั้งหลาย. โดยที่แท้ย่อมมีได้เพราะความเสื่อมของกิริยาหรือเพราะปาปมิตร. ใน อันตรายทั้งสองนั้น ชื่อว่าย่อมมีเพราะความเสื่อมของกิริยาดังต่อไปนี้. หากว่า พระธรรมเสนาบดีรู้อัธยาศัยของธนัญชานิยพราหมณ์แล้ว ได้แสดงธรรม พราหมณ์นั้นจักได้เป็นพระโสดาบัน. อย่างนี้ชื่อว่าย่อมมีเพราะความเสื่อมแห่ง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka