ที. ท่านพระโคดม นิครนถ์นาฏบุตรย่อมบัญญัติทัณฑะในการทำ
บาปกรรม ในการเป็นไปแห่งบาปกรรมไว้ ๓ ประการ คือ กายทัณฑะ ๑
วจีทัณฑะ ๑ มโนทัณฑะ ๑.
ดูก่อนตปัสสี ก็กายทัณฑะอย่างหนึ่ง วจีทัณฑะอย่างหนึ่ง มโนทัณฑะ
อย่างหนึ่งหรือ.
ท่านพระโคดม กายทัณฑะอย่างหนึ่ง วจีทัณฑะอย่างหนึ่ง มโน-
ทัณฑะอย่างหนึ่ง.
ดูก่อนตปัสสี ก็บรรดาทัณฑะทั้ง ๓ ประการ ที่จำแนกออกแล้วเป็น
ส่วนละอย่างต่างกันเหล่านี้ ทัณฑะไหน คือ กายทัณฑะ วจีทัณฑะ หรือ
มโนทัณฑะ ที่นิครนถ์นาฎบุตรบัญญัติว่ามีโทษมากกว่า ในการทำบาปกรรม
ในการเป็นไปแห่งบาปกรรม.
ท่านพระโคดม บรรดาทัณฑะทั้ง ๓ ประการ ที่จำแนกออกแล้วเป็น
ส่วนละอย่างต่างกันเหล่านี้ นิครนถ์นาฏบุตรบัญญัติว่ากายทัณฑะมีโทษมากกว่า
ในการทำบาปกรรม ในการเป็นไปแห่งบาปกรรม จะบัญญัติวจีทัณฑะ มโน-
ทัณฑะว่ามีโทษมากเหมือนกายทัณฑะหามิได้.
ดูก่อนตปัสสี ท่านกล่าวว่ากายทัณฑะหรือ.
ท่านพระโคดม ข้าพเจ้ากล่าวว่ากายทัณฑะ.
ดูก่อนตปัสสี ท่านกล่าวว่ากายทัณฑะหรือ.
ท่านพระโคดม ข้าพเจ้ากล่าวว่ากายทัณฑะ.
ดูก่อนตปัสสี ท่านกล่าวว่ากายทัณฑะหรือ.
ท่านพระโคดม ข้าพเจ้ากล่าวว่ากายทัณฑะ.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงให้ทีฆตปัสสีนิครนถ์ ยืนยันในเรื่องที่พูดนี้ถึง
๓ ครั้ง ด้วยประการฉะนี้.