Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 20 หน้าที่ 140

เล่ม มมร. 20 หน้า 140 ข้อ 83
กายทัณฑะเป็นใหญ่ มโนทัณฑะต่ำ จะงามอะไร จักงามแต่ไหน ไม่งามเลย แม้เพียงแต่ยกขึ้นมาก็ไม่เพียงพอ. คำว่า สาธุ สาธุ ภนฺเต ตปสฺสึ ความว่า อุบาลีคฤหบดีเมื่อให้ สาธุการแก่ตปัสสีนิครนถ์ ก็เรียกศาสดานาฎบุตรว่า ภนฺเต. บทว่า น โข เมตํ ภนฺเต รุจฺจต ความว่า ฑีฆตปัสสีนิครนถ์ คัดค้านว่า ท่านเจ้าข้า ข้อนี้ จะให้อุบาลีคฤหบดีไปโต้วาทะกับพระสมณโคดมนั้น ไม่ชอบใจข้าพเจ้าเสียเลย. ศัพท์ว่า มายาวี แปลว่า ผู้ทำกลลวง (นักเล่นกล). ศัพท์ว่า อาวฏฺฏนิมายํ แปลว่า มายาคือการกลับใจ. ศัพท์ว่า อาวฏฺเฏติ แปลว่า ลวง ล้อมจับไว้. คำว่า คจฺฉ ตฺวํ คหปติ ความว่า เหตุไรนิครนถ์ใหญ่จะส่งอุบาลีคฤหบดี ไปถึง ๓ ครั้ง ส่วนฑีฆตปัสสีนิครนถ์ก็คัดค้านทุกครั้ง ก็เพราะว่า นิครนถ์ ใหญ่ถึงจะอาศัยอยู่นครเดียวกับพระผู้มีพระภาคเจ้า ก็ไม่เคยเห็นพระผู้มีพระ- ภาคเจ้า. ด้วยว่า ผู้ใดย่อมปฏิญาณตนด้วยวาทะว่า เป็นศาสดา ผู้นั้นยัง ไม่ละปฏิญาณนั้น ก็ไม่สมควรเห็นพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น นิครนถ์นาฎบุตร นั้น ไม่รู้ถึงสมบัติ คือ การเห็นและภาวะคือกถาที่แสดงนิยยานิกธรรมของพระ- ทศพลเจ้า เพราะไม่เคยได้เห็นพระพุทธเจ้า จึงยืนยันจะส่งอุบาลีคฤหบดีไป ถึง ๓ ครั้ง. ส่วนฑีฆตปัสสีนิครนถ์ บางครั้งบางคราว เข้าเฝ้าพระผู้มีพระ- ภาคเจ้า ยืนบ้าง นั่งบ้าง ถามปัญหาบ้าง เขารู้ถึงสมบัติคือการเห็นบ้าง ภาวะ คือกถาแสดงนิยยานิกธรรมบ้าง ของพระตถาคตเจ้า. ครั้งนั้น เขาจึงวิตกว่า อุบาลีนี้ เป็นคฤหบดีผู้บัณฑิต ไปสำนักพระสมณโคดมแล้วก็จะพึงเลื่อมใส เพราะเห็นบ้าง เลื่อมใสเพราะพึงกถาแสดงนิยยานิกธรรมบ้าง ดังนั้น อุบาลี ก็จะไม่พึงกลับมาสำนักของพวกเราอีกเลย. เพราะฉะนั้น เขาจึงคัดค้านถึง ๓
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka