ตนได้. บทว่า ปรํ วมฺเภติ ความว่า เขี่ยคนอื่นไว้เบื้องหลังอย่างนี้ว่า ใน
ชนทั้งหลายจำนวนถึงเท่านี้ แม้สักคนหนึ่ง ก็ไม่สามารถทำคนอื่น ๆ ให้ยึดถือ
ทรรศนะของตนได้. คำว่า ปุพฺเพว โข ปน ความว่า เมื่อคนยึดถือความ
เห็นมาก่อนนั่นแล ก็เป็นอันละความเป็นผู้มีศีลอันดีเสีย ปรากฏชัดแต่ความ
เป็นผู้ทุศีล. คำว่า เอวมสฺสเม๑ ความว่า ธรรม ๗ อย่าง มีมิจฉาทิฏฐิ
เป็นต้นเหล่านี้ ย่อมมีแก่เขาอย่างนี้. แต่ธรรมฝ่ายบาปอกุศลเป็นอเนก ที่มี
มิจฉาทิฏฐิเป็นปัจจัยเหล่านั้นนั่นแล ชื่อว่าเกิดขึ้นด้วยอำนาจการเกิดขึ้นแล้ว ๆ
เล่า ๆ.
บทว่า ตตฺร แปลว่า นั้น คือในลัทธิทั้งหลายของสมณพราหมณ์
เหล่านั้น. บทว่า กลิคฺคาโห แปลว่า ถือเอาความพ่ายแพ้. บทว่า ทุสฺสมุตฺโต
ทุสฺสมาทินฺโน แปลว่า ถือเอาชั่ว ถือเอาผิด. บทว่า เอกํสํ ผริตฺวา
ติฏฺติ ความว่า แผ่ขยายวาทะของตนนั่นแลไปข้างหนึ่ง ส่วนหนึ่งตั้งอยู่.
ถ้าเมื่อถืออย่างนี้ว่า โลกอื่นไม่มี ก็จะนำมาซึ่งสวัสดิภาพ. บทว่า ริญฺฉติ๒
แปลว่า ย่อมละ. สทฺธมฺมปญฺตฺติ ความว่า บัญญัติธรรมที่เป็นจริง.
กฏคฺคาโห ความว่า ความมีชัย. บทว่า สุสมตฺโต สุมาทินฺโน แปลว่า
ถือเอาดี จับต้องดี. บทว่า อุภยํ สํผริตฺวา ติฏฺติ ความว่า แผ่ขยายวาทะของ
ตนและวาทะของผู้อื่นไปสองข้าง สองส่วนตั้งอยู่. ถ้าเมื่อถืออยู่อย่างนี้ว่า โลก
อื่นไม่มี ก็จะนำมาซึ่งสวัสดิภาพเทียว พึงทราบความในปัญหาส่วนเดียวและ
สองส่วน แม้ของฝ่ายอื่นก็โดยนัยนี้ . บทว่า กโรโต คือกระทำด้วยมือของ
ตน.ะ บทว่า การยโต คือใช้ให้คนอื่นกระทำ. บทว่า ฉินฺทโต คือตัดมือ
เป็นต้นของคนอื่น ๆ. บทว่า ปจโต คือเบียดเบียนหรือคุกคามเขาด้วยของ
ร้อน (ไฟ) บทว่า โสจยโต คือกระทำเองก็ดีใช้ให้ผู้อื่นกระทำก็ดี ซึ่งความ
๑. บาลีว่า สจฺจวชฺเชน. ๒. บางแห่งเป็น ริญฺจติ