Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 20 หน้าที่ 275

เล่ม มมร. 20 หน้า 275 ข้อ 132
คือ มีกำเนิดดี สมบูรณ์ด้วยชาติ. บทว่า สงฺคามาวจโร คือ เคยเข้าสงคราม. บทว่า กมฺมํ กโรติ ย่อมทำกรรม คือ ประหารข้าศึกที่เข้ามาแล้ว ๆ ให้ ล้มลง. อนึ่ง พึงทราบความในบทมีอาทิว่า ด้วยกายเบื้องหน้า ดังนี้ คือ ยังซุ้มแผ่นกระดานและกำแพงโล้นให้ล้มลงด้วยกายเบื้องหน้าก่อน. ด้วยกาย เบื้องหลังก็เหมือนกัน. กำหนดกรรมด้วยศีรษะแล้วกลับแลดูด้วยคิดว่า เราจัก ย่ำยีประเทศนี้. ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ก็ทำลายสิ่งตั้งร้อยตั้งพันให้ออกเป็นสองส่วน ชื่อว่าทำกรรมด้วยศีรษะ การประหารลูกศรที่มาแล้ว ๆ ให้ตกไปด้วยหู ชื่อว่า ทำกรรมด้วยหู. การทิ่มแทงเท้าช้างข้าศึก ม้าข้าศึก กองช้าง กองม้า และ พลเดินเท้าเป็นต้น ชื่อว่าทำกรรมด้วยงา. การตัดทำลายด้วยไม้ยาวหรือด้วย สากเหล็กที่ผูกไว้ที่หาง ชื่อว่าทำกรรมด้วยหาง. บทว่า รกฺขเตว โสณฺฑํ ย่อมรักษาไว้แต่งวงเท่านั้น คือ ใส่งวงไว้ในปากรักษาไว้. บทว่า ตตฺถ คือ ในการที่ช้างรักษางวงนั้น. บทว่า อปริจฺจตฺตํ คือ ไม่ยอมสละ ถึงจะเห็น ผู้อื่นชนะและเราแพ้. บทว่า โสณฺฑายปิ กมฺมํ กโรติ ย่อมทำกรรมแม้ด้วยงวง คือ จับค้อนเหล็ก หรือสากไม้ตะเคียน แล้วย่ำยีที่ประมาณ ๑๘ ศอกได้โดยรอบ บทว่า ปริจฺจตฺตํ ยอมเสียสละแล้ว คือ บัดนี้ไม่กลัวแต่อะไร ๆ อีกแล้ว ในกองทัพช้างเป็นต้น ย่อมเห็นชัยชนะของเรา. บทว่า นาหนฺตสฺส กิญฺจิ ปาปํ บุคคลผู้ไม่มีความละอายในการ กล่าวเท็จทั้งที่รู้อยู่ ที่จะไม่ทำบาปกรรมแม้น้อยหนึ่งไม่มี ความว่า บุคคลนั้น จะไม่พึงทำกรรมน้อยหนึ่งในการล่วงอาบัติทุกกฏเป็นต้น หรือในกรรมมีมาตุ- ฆาตเป็นต้นไม่มี บทว่า ตสฺมา ติห เต ความว่า เพราะผู้กล่าวเท็จทั้งที่ รู้อยู่จะไม่ทำบาปไม่มี ฉะนั้นเธอพึงศึกษาว่า เราจักไม่กล่าวเท็จแม้เพราะหัวเราะ แม้เพราะใคร่จะเล่น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka