Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 20 หน้าที่ 288

เล่ม มมร. 20 หน้า 288 ข้อ 146
ด้วยอานุภาพแห่งสมติงสบารมี. จากนั้นพระราหุลเถระก็ตรวจดูตนบ้าง ทรง ดำริว่า แม้เราก็งาม หากพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงครองความเป็นพระเจ้า จักรพรรดิในมหาทวีปทั้ง ๔ ได้ทรงประทานตำแหน่งปริณายกแก่เรา เมื่อเป็น เช่นนั้น. ภาคพื้นชมพูทวีปจักงามยิ่งนัก จึงเกิดฉันทราคะอันอาศัยเรือน เพราะอาศัยอัตภาพ แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จดำเนินไปเบื้องหน้าก็ทรงดำริว่า บัดนี้ ราหุลมีร่างกายสมบูรณ์ด้วยผิวเนื้อและโลหิตแล้ว. เป็นเวลาที่จิตฟุ้งซ่านไปใน รูปารมณ์เป็นต้นอันน่ากำหนัด. ราหุลยังกาลให้ล่วงไปเพราะเป็นผู้มักมากหรือ หนอ. ครั้นแล้วพร้อมกับทรงคำนึงได้ทรงเห็นจิตตุปบาทของราหุลนั้น ดุจเห็น ปลาในน้ำใสและดุจเห็นเงาหน้าในพื้นกระจกอันบริสุทธิ์. ก็ครั้นทรงเห็นแล้ว ได้ทรงทำพระอัธยาศัยว่า ราหุลนี้เป็นโอรสของเรา เดินตามหลังเรา มาเกิด ฉันทราคะอันอาศัยเรือนเพราะอาศัยอัตภาพว่า เรางาม ผิวพรรณของเราผ่อง ใส. ราหุลแล่นไปในที่มิใช่น่าดำเนิน ไปนอกทาง เที่ยวไปในโคจร ไปยังทิศ ที่ไม่ควรไปดุจคนเดินทางหลงทิศ. อนึ่งกิเลสของราหุลนี้เติบโตขึ้นในภายใน ย่อมไม่เห็นแม้ประโยชน์ตน แม้ประโยชน์ผู้อื่น แม้ประโยชน์ทั้งสองตามความ เป็นจริง. จากนั้นจักถือปฏิสนธิในนรกบ้าง ในกำเนิดเดียรัจฉานบ้าง ในปิตติ- วิสัยบ้าง ในครรภ์มารดาอันคับแคบบ้าง เพราะเหตุนั้นจักตกไปในสังสาร- วัฏอันไม่รู้เบื้องต้นที่สุด. เพราะ ความโลภนี้ยังความพินาศให้เกิด ความโลภยังจิตให้กำเริบ ภัยเกิดแต่ภายใน ชนย่อมไม่รู้สึกถึงภัยนั้น คนโลภย่อมไม่รู้ อรรถ คนโลภย่อมไม่เห็นธรรม ความมืด ตื้อย่อมมีในกาลที่ความโลภครองงำคน. t แม้พระผู้้มีพระภาคเจ้าเสด็จคำเนิร.Aไปเบ่ ว.ิ งห.น าํ ก็.ทะงดำริว่า บัดนี้ ร่ าหุลมีร่างาr ายสมบูรณ์ด้วยผิวเนื้อและโลหิตแล้ว. เบในเวลาที่จิตพ ุ่ง ่P นไปํใน รูปา)๒มณ์เป็นต้นอัน น่ากำหนัด. ราหุลยังกาลให้ล่วงไปเพราะเป็น.ผู้มัก์มาก หรือ หนอ. ครั้นแล้วพร้อมกับท.รงคำนี้ึงไค่ ทรงเห นจิตคุปบาทของราหุลนั้น ดุจเห็น ปาเ า นน้ำใสและดุจเห็นเงา Aนา ในห 4นกระจกอันบริสุทธิ์ . กีครั้นทรงเห็นแล้ว า7้ทรงทำพระอัธํยาศัยว่า ราหุลน้เป็นโอรสขอะเรา เดินคามา ลังเรา รJาเกิf ฉ ันทราคะอันวค าศัยเรือนเพราะอาศัยL'่วัดคภาพว่า เรางา I ผิวพร์รณของเราผ่อง ใ.ส. ราหุรษ แล่นไปในทีํมิใช่น่าดำเนิน ไปนอกท' ง เทีํยวไปในอโคจร ไปยังทิศA ทีไม่ควรไปางุจคนเกPินทางหลงทิศ. อนึ่งกิเลสของราหุลน้เทิบโทขึ้นในภายใน ย่อมไไj่เห็นแม้ประโยชน์์คน แม้ประโยชน์น์ผู้อีน แ J้ประโยชน์์ทั้งสองคามควา j ่่่ เป็นจริง. จากนั้น จักถือปฏิสนธิในนรกบ้าง โนกำเนิดเดียรัจฉานบ้าง นบิ่คติ0 .ส วิสัยบ้่]ง ในครรภ์มารดาอันคับแคบบ้าง เพราะเหตุนั้นจักทกไปในสังสาร lII. วัฏอันไม่รู้เบื้องต้นทีํสุคํ เพราะ I .ํ่ ่ ความใลภนั้ยังความพ้นาศให้เถิด .่่่ ความโ ภยังจ้ตให้กำเร้บ ภัยเ้ ดแต่ภายใน I.่่่ นย่อมไม่รู้สืกถึงภัยน้นั คนโลภย่อมไม่รู้ อรรถ คนใลกย่อมไม่เห็นธรรม ความมิด I ติอยู่อมมีในกาลทิความใลภครอบงำคน. ้ I
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka