๔๐ แล้วยังฉันทราคะอาศัยอัตภาพนั้นอันยังไม่เกิดเป็นธรรมดาให้เกิดแก่ราหุล
นั้น. เมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุไรจึงทำอากาศธาตุให้พิสดารเล่า. เพื่อแสดง
อุปาทารูป. เพราะท่านกล่าวถึงมหาภูตรูป ๔ ไว้แล้วในหนหลัง. ไม่ได้กล่าวถึง
อุปาทารูป. ฉะนั้นเพื่อแสดงอุปาทารูปนั้นโดยมุขนี้ จึงยังอากาศธาตุให้พิสดาร.
อีกอย่างหนึ่งแม้ปริจฉินนรูป (รูปที่กำหนดไว้) ก็มาปรากฏด้วยอากาศภายใน.
เพื่อความปรากฏแจ่มแจ้งของรูปที่กำ-
หนดไว้ด้วยอากาศ เท่าที่ประดับไว้ พระ-
ผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็นนายก จึงทรงประกาศ
รูปนั้น.
บทที่ควรกล่าวในธาตุ ๔ ในสูตรนี้และสูตรก่อน ได้กล่าวไว้แล้วใน
มหาหัตถิปโทปมสูตร.
พึงทราบวินิจฉัยในอากาศธาตุดังต่อไปนี้. บทว่า อากาสคตํ มีลักษณะ
ว่าง คือ เป็นสภาวธรรม. บทว่า อุปาทินฺนํ อันกรรมและกิเลสเข้าไปยึด
มั่น ความว่า ยึดมั่นถือมั่นกอดรัดตั้งอยู่ในสรีระ. บทว่า กณฺณฉิทฺทํ คือ
ช่องหู ไม่สัมผัสด้วยเนื้อและเลือด. แม้ในบทว่า นาสจฺฉิทฺทํ ช่องจมูกเป็น
ต้นก็มีนัยนี้เหมือนกัน. บทว่า เยน จ คือโดยช่องใด. บทว่า อชฺโฌหรติ
ย่อมกลืนให้เข้าไปภายใน. บทนี้ท่านกล่าวหมายถึงที่ที่เป็นช่อง ๑ คืบ ๔ นิ้ว
ของมนุษย์ทั้งหลายตั้งแต่โคนลิ้นถึงพื้นท้อง. บทว่า ยตฺถ จ คือในโอกาสใด.
บทว่า สํติฏฺติ คือตั้งอยู่. บทนี้ท่านกล่าวหมายถึงพื้นท้องใหญ่ อันเป็นดังผ้า
กรองน้ำผืนใหญ่ของมนุษย์ทั้งหลาย. บทว่า อโธภาคํ นิกฺขมติ คือถ่ายออก
เบื้องล่าง. บทนี้ท่านกล่าวหมายถึง ไส้ใหญ่ ไส้หนึ่งประมาณ ๓๒ ศอกในที่
๒๑ แห่ง. ด้วยบทนี้ว่า ยํ วา ปน อญฺํปิ หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างอื่น ท่าน