มีตนส่งไปแล้ว. บทว่า กาเยน เจว ปรมสจฺจํ ย่อมทำให้แจ้งซึ่งบรมสัจจะ
ด้วยกาย คือย่อมทำให้แจ้งซึ่งนิพพานสัจจะด้วยนามกาย. บทว่า ปญฺาย จ
คือย่อมแทงตลอด ย่อมเห็นด้วยมรรคปัญญาอันสัมปยุตด้วยนามกาย.
บัดนี้เพราะภิกษุเหล่านั้นได้ข่าวว่าพระศาสดาเสด็จมาไม่ทำแม้เพียงการ
ต้อนรับ. ฉะนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงติเตียนความประพฤติของภิกษุ
เหล่านั้นจึงตรัสพระดำรัสมีอาทิว่า สาปิ นาม ภิกฺขเว สทฺธา นาโหสิ ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลายแม้ศรัทธาก็ไม่มีดังนี้ . ในบทเหล่านั้นบทว่า กีวทูเรวีเม คือใน
ที่ไกลแสนไกล. ควรจะกล่าวว่าได้หลีกไปแล้วร้อยโยชน์บ้าง พันโยชน์บ้าง.
แต่ไม่กล่าวอะไร ๆ ได้เลย.
บทว่า จตุปฺปฺทํ เวยฺยากรณํ ท่านกล่าวหมายถึงการพยากรณ์อริย-
สัจ ๔. บทว่า ยสฺสุทฺทิฏฺสฺส ตัดบทเป็น ยสฺส อุทฺทฏฺสฺส ความว่า
อันเรายกขึ้นแสดงเเล้ว. บทว่า โยปิ โส ภกฺขเว สตฺถา ดูก่อนภิกษุทั้ง
หลายศาสดาใด ท่านแสดงถึงศาสดาภายนอก. บทว่า เอวรูปี คือมีชาติอย่างนี้.
ปโณปณวิยา เหมือนดังของตลาด คือมีราคาขึ้น ๆ ลง ๆ. บท น อุเปติ
ไม่เข้าถึง คือไม่มี. อธิบายว่า ไม่มีราคาขึ้น ๆ ลง ๆ ดุจเวลาซื้อและขาย. เมื่อ
พูดว่าโคตัวนี้ราคาเท่าไร ราคา ๒๐ ชื่อว่าราคาขึ้น. เมื่อพูดว่าโคตัวนี้ราคาไม่
ถึง ๒๐ ราคา ๑๐ เท่านั้นชื่อว่าราคาลง. เมื่อพูดปฏิเสธคำนี้ ชื่อว่าราคาไม่ขึ้น
ไม่ลง.
บัดนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงแสดงการขึ้น ๆ ลง ๆ นั้นจึงตรัสว่า
ก็เมื่อเหตุอย่างนี้พึงมีแก่เรา. เราพึงทำเหตุนั้น. ก็เมื่อเหตุนั้นไม่พึงมีแก่เรา
เราไม่พึงทำเหตุนั้น. บทว่า กึ ปน ภิกฺขเว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ทำไมเล่า
ความว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตถาคตเกี่ยวข้องด้วยอามิสทั้งหลายโดยประการ
ทั้งปวง. การมีราคาขึ้น ๆ ลง ๆ เห็นปานนี้จักควรอย่างไร แก่พระศาสดา
ผู้เกี่ยวข้องแล้วอย่างนี้. บทว่า ปริโยคยฺห วตฺตโต ผู้หยั่งลงแล้วประพฤติ