ด้วยความลำบาก คือเป็นไปกับด้วยความลำบากด้วยอำนาจทุกข์ ๒ อย่างเหล่า
นั้น. บทว่า สอุปายาสํ เป็นไปกับด้วยความคับแค้น คือเป็นไปกับด้วยความ
คับแค้นด้วยอำนาจทุกข์เหล่านั้น. บทว่า สปริฬาหํ เป็นไปกับด้วยความ
เร่าร้อนด้วยอำนาจแห่งทุกข์เหล่านั้นนั่นแหละ. บทว่า กิญฺจิ ทิฏฺิคตํ ความว่า
วัจฉะทูลถามว่า แม้ความเห็นไร ๆ ที่พระองค์ทรงชอบ ทรงพอใจแล้วถือ
เอามีอยู่หรือ. บทว่า อปนีตํ นำออกไปแล้ว คือตถาคตกำจัดแล้วไม่เข้าไป
หาแล้ว . บทว่า ทิฎฺํ คือเห็นด้วยปัญญา. บทว่า ตสฺมา เพราะฉะนั้น
ตถาคตได้เห็นความเกิดและความเสื่อมแห่งขันธ์ ๕. บทว่า สพฺพมญฺิตานํ
ซึ่งความสำคัญทั้งปวง คือซึ่งความสำคัญคือตัณหาทิฏฐิและมานะแม้ทั้ง ๓ ทั้ง
ปวง. แม้บทว่า มถิตานํ ก็เป็นไวพจน์ของบทเหล่านั้นนั่นเอง.
บัดนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงจำแนกบทเหล่านั้นแล้ว เมื่อจะทรง
แสดงจึงตรัสว่า สพฺพอหงฺการมมงฺการมานานุสยานํ ความถือว่าเรา ว่าของ
เราและความถือตัวอันนอนอยู่ในสันดานทั้งปวง. จริงอยู่ในบทนี้พึงทราบความ
ดังนี้. ความถือว่าเราเป็นทิฏฐิ. ความถือว่าของเราเป็นตัณหา. ความถือตัว
อันนอนอยู่ในสันดานเป็นมานะ. บทว่า อนุปาทา วิมุตฺโต ตถาคตพ้นวิเศษ
แล้วจากความไม่ถือมั่น คือพ้นเพราะไม่ถือธรรมไร ๆ ด้วยอุปาทาน ๔. บทว่า
น อุเปติ คือไม่ควร.
อนึ่ง พึงทราบความในบทนี้ดังต่อไปนี้. บทว่า น อุปปชฺชติ ไม่เกิด
นี้ ควรรู้ตาม. แต่เพราะเมื่อตรัสอย่างนี้ปริพาชกนั้น พึงถือเอาความขาดสูญ.
อนึ่งบทว่า อุปปชฺชติ ย่อมเกิด. พึงถือเอาความเที่ยงอย่างเดียว. บทว่า อุป-
ปชฺชติ จ โน อุปปชฺชติ จ เกิดก็มี ไม่เกิดก็มี พึงถือเอาความเที่ยงบางส่วน.
บทว่า เนว อุปปชฺชติ น จ อุปปชฺชติ เกิดก็มิใช่ ไม่เกิดก็มิใช่เป็น