ตั้งพวกผู้หญิงไว้ในกิจทุกอย่างด้วยทรงพระดำริว่า เมื่อพระโพธิสัตว์เสวยอิสริย-
สมบัติและสุขสมบัติเห็นปานนั้น จะเกิดความข้องใจในบุรุษ เพราะเห็นบุรุษ.
ความข้องใจนั้นอย่าได้มีแก่โอรสของเราเลย. บทว่า ตาย รติยา รมมาโน
ยินดีด้วยความยินดีนั้น นี้ท่านกล่าวหมายถึงความยินดีผลสมาบัติอันประกอบ
ด้วยฌานที่ ๔.
พึงทราบความในบทนี้ว่า คหปติ วา คหปติปุตฺโต วา ดังต่อไปนี้.
เพราะกษัตริย์ทั้งหลายย่อมมีความปรารถนาในเศวตฉัตรทั้งนั้น. ความปรารถนา
ใหญ่เป็นความเนิ่นช้าของกษัตริย์เหล่านั้น . พราหมณ์ทั้งหลายไม่อิ่มด้วยมนต์
จึงเที่ยวแสวงหามนต์. ส่วนคหบดีทั้งหลายย่อมเสวยสมบัติทั้งแต่กาลเรียนเพียง
คำนวณชั้นสูง. ฉะนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงถือเอากษัตริย์และพราหมณ์
จึงตรัสว่า คหปติ วา คหปติปุตฺโต วา ดังนี้. บทว่า อาวฏฺเฏยฺย พึงเวียน
มา ความว่า พึงเวียนมาเพราะเหตุแห่งกามอันเป็นของมนุษย์. บทว่า อภิกฺกนฺ-
ตตรา น่าใคร่ยิ่งกว่า คือ ประเสริฐกว่า. บทว่า ปณีตตรา ประณีตกว่า คือ
ไม่น้อยกว่า. สมดังที่ท่านกล่าวถึงข้อนี้ไว้ว่า
กามอันเป็นของมนุษย์ เมื่อเทียบกับสำ-
นักของกามอันเป็นทิพย์ ก็เหมือนกับเอาน้ำ
ที่ปลายหญ้าคาสลัดลงในสมุทร ฉะนั้น.
บทว่า สมธิคฺคยฺห ติฏฺติ ถือเอาสุขอันเป็นทิพย์ตั้งอยู่ คือถือเอาสุข
ที่เป็นทิพย์ประเสริฐกว่านั้นตั้งอยู่.
อนึ่งพึงทราบข้อเปรียบเทียบในข้อนี้ดังต่อไปนี้. กาลแห่งความยินดี
ในท่ามกลางหญิง ๔ หมื่นในปราสาท ๓ หลัง ของพระโพธิสัตว์ ดุจกาลแห่ง
ความเพียบพร้อมด้วยกามคุณ ๕ ของคหบดีฉะนั้น. กาลที่พระโพธิสัตว์ทรง
๑. ขุ ชา. ๒๘/ข้อ ๓๒๗.