บทว่า นิพฺพิชฺช ปกฺกมติ เบื่อแล้วหลีกไป คือ ศาสดานั้นไม่
สามารถเป็นที่พึ่งแก่ตนได้ จักอาจเป็นที่พึ่งแก่เราได้อย่างไรกัน เพราะเหตุ
นั้นจึงเบื่อหลีกไป. ในความเว้นจากความยินดีแม้ในก่อนก็มีนิสัยนี้เหมือนกัน.
บทว่า สนฺนิธิการกํ กาเม ปริภฺุชิตุํ ไม่ควรทำการสะสมบริโภค
กาม คือ เป็นคฤหัสถ์มาก่อนทำการสะสมแล้วบริโภควัตถุกาม. บัดนี้ไม่ควร
ทำการสะสม งา ข้าวสาร เนยใส และเนยขึ้นเป็นต้นอย่างนี้แล้วบริโภค.
ก็งาและข้าวสารเป็นต้น ย่อมปรากฏในฐานะของพระขีณาสพ มิใช่หรือเพราะ
เหตุนั้นจึงไม่ปรากฏแก่พวกเรา. แต่นั้นมิได้ตั้งไว้เพื่อประโยชน์แก่ตัวของท่าน
ตั้งไว้เพื่อประโยชน์ แก่ผู้บวชที่ไม่สบายเป็นต้น. เพื่อพระอนาคามี อย่างไร ?
พระอนาคามีนั้นละกามคุณ ๕ ได้โดยประการทั้งปวง แต่พระอนาคามีพิจารณา
สิ่งที่ท่านได้ โดยธรรมโดยเสมอแล้วจึงบริโภค. บทว่า ปุตฺตมตาย ปุตฺตา
อาชีวกเหล่านั้นชื่อว่าเป็นบุตรของมารดาผู้มีบุตรตายแล้ว . คือ นัยว่าสันทก-
ปริพาชกนั้นฟังธรรมนี้แล้ว. สำคัญว่าอาชีวกตายแล้วจึงกล่าวอย่างนี้. ในบทนี้มี
อธิบายดังต่อไปนี้. อาชีวกทั้งหลายชื่อว่าตายแล้ว มารดาของอาชีวกเหล่านั้นชื่อว่า
เป็นมารดาผู้มีบุตรตายแล้ว ด้วยประการฉะนี้ อาชีวกทั้งหลายจึงเป็นผู้ชื่อว่า
เป็นบุตรของมารดาผู้มีบุตรตายแล้ว. บทว่า สมเณ โคตเม ท่านแสดงว่า
การอยู่พระพฤติพรหมจรรย์ มีอยู่ในพระสมณโคดม. บทที่เหลือในที่ทั้งปวง
ง่ายทั้งนั้น.
จบอรรถกถาสันทกสูตรที่ ๖