Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 21 หน้าที่ 208

เล่ม มมร. 21 หน้า 208 ข้อ 570
ใสแล้วยังไม่ทำหน้าที่ในการแลดูอีก ฉะนั้น เขาจึงชื่อว่า ไม่ผูกพันจักษุ. เห็นอย่างน่าเลื่อมใสแล้วยังทำกิจในการแลดูเนือง ๆ ฉะนั้นเขาชื่อว่า ผูกพัน จักษุ. ก็ท่านเหล่านี้ เป็นผู้ไม่น่าเลื่อมใส ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวอย่างนั้น. บทว่า พนฺธุกโรโค โน ได้แก่ โรคแห่งตระกูล (โรคกรรมพันธุ์). อาจารย์ ทั้งหลายกล่าวว่า มีโรคเห็นปานนี้ เกิดในตระกูลของเราทั้งหลาย. บทว่า อุฬารํ คือมีศักดิ์ใหญ่. บทว่า ปุพฺเพนาปรํ ได้แก่เป็นอย่างอื่น คือแตก ต่างจากก่อน. คือกระทำกสิณบริกรรมจนบังเกิดสมาบัติ ชื่อว่า รู้กว้างขวาง คือ วิเศษกว่าก่อนในคำนั้น. กระทำสมาบัติให้เป็นปทัฏฐาน เจริญวิปัสสนา ถือเอาพระอรหัตต์ ชื่อว่า รู้กว้างขวาง คือ วิเศษยิ่งกว่าแต่ก่อน. บทว่า ฆาเฏตายํ วา ฆาเฏตุํ ความว่า เพื่อให้ฆ่าคนที่ควรฆ่า. บทว่า ชาเปตายํ วา ชาเปตุํ ความว่า จะให้ริบคนที่ควรริบด้วยทรัพย์ คือ กระทำให้ เสื่อมสิ้นให้ไม่มีทรัพย์. บทว่า ปพฺพาเชตายํ วา ปพฺพาเชตุํ คือให้เนร- เทศคนที่ควรเนรเทศเสียจากรัฐ. บทว่า อิสิทนฺตปุราณา คือ อิสิทันตะ และบุราณะ. ในคนทั้ง ๒ นั้น คนหนึ่ง เป็นพรหมจารี คนหนึ่ง เป็นสทาร สันโดษ (ยินดีแต่ภริยาของตน). บทว่า มมภตฺตา ความว่า ชื่อว่า มมภัตตา เพราะอรรถว่า ภัตรอันเป็นของแห่งตนของชนเหล่านั้นมีอยู่. บทว่า มมยานา ความว่า ชื่อว่า ยวดยานของเรา เพราะอรรถว่า ยวดยานอันเป็นของแห่งเรา มีอยู่. บทว่า ชีวิตํ ทาตา ได้แก่ เป็นผู้ให้ความเป็นไปแห่งชีวิต. บทว่า วีมํสมาโน คือเมื่อจะทดลอง. ได้ยินว่า ในกาลนั้น พระราชามิได้ทรงบรรทมหลับเลย ทรงบรรทม เหมือนหลับอยู่. ที่นั้นได้ตรัสถามช่างไม้เหล่านั้นว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับทางทิศาภาคไหน ครั้นได้ทรงสดับว่า ทางทิศาภาคโน้น จึง ปรึกษากันว่า พระราชาทรงหันพระเศียรไปยังทิศาภาคที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka