ตาบอดคนหนึ่ง จับปลายไม้เท้าที่คนตาดีคนหนึ่งถืออยู่. คนตาบอด ๕๐-๖๐ คน
ต่อกันตามลำดับอย่างนี้คือ คนตาบอดคนอื่นเกาะคนตาบอดคนนั้น คนอื่น
เกาะคนนั้น ต่อ ๆ ไป เรียกว่า แถวคนตาบอด. บทว่า ปรมฺปราสํสตฺตา
เกาะกันต่อ ๆ ไป ความว่า เกาะกันแลกัน อธิบายว่า เว้นคนตาดีผู้ถือไม้เท้า
เขาว่านักเลงคนหนึ่งเห็นคณะคนตาบอดก็พูดปลุกใจว่า ในบ้านชื่อโน้น ของ
เคี้ยวของบริโภคหาได้ง่าย พวกคนตาบอดเหล่านั้นพูดว่า นายช่วยนำพวกฉัน
ไปที่บ้านนั้นเถิด พวกฉันจะให้สิ่งนี้แก่ท่าน เขารับเอาค่าจ้าง (พาไปถึงกลางทาง)
ก็แวะลงข้างทาง พาเดินตามกันรอบกอไม้ใหญ่ แล้วให้เอามือของคนตาบอด
คนแรกจับรักแร้ของตนตาบอดคนหลังแล้วพูดว่า ฉันมีงานบางอย่าง พวกท่าน
จงเดินไปก่อน ดังนี้ แล้วก็หนีไปเสีย. คนตาบอดเหล่านั้นพากันเดินทั้งวัน
ไม่พบทางไป ต่างคร่ำครวญว่า ท่านผู้เจริญ ! ไหนคนตาดี ไหนหนทาง
เมื่อไม่พบหนทางก็พากันตายอยู่ ณ ที่นั้นนั่นแล คำว่า ปรมฺปราสตฺตา
เกาะกันต่อ ๆ ไป ตรัสหมายถึงคนตาบอดพวกนั้น.
บทว่า ปุริโมปิ แม้คนชั้นแรก ความว่า บรรดาพราหมณ์ ๑๐ คน
รุ่นแรก แม้พราหมณ์คนหนึ่ง. บทว่า มชฺฌิโมปิ แม้คนชั้นกลาง ความว่า
บรรดาอาจารย์และปาจารย์ในรุ่นกลาง แม้อาจารย์คนหนึ่ง. บทว่า ปจฺฉิโมปิ
แม้คนรุ่นหลัง ความว่า บรรดาพราหมณ์ทั้งหลายในบัดนี้ แม้พราหมณ์
คนหนึ่ง. บทว่า ปญฺจ โข ห้าแล ความว่า ตรัสเพิ่มธรรมอื่นที่คล้ายกัน
อีก ๓ ข้อ เข้าไปในธรรม ๒ ข้อ ซึ่งมีมาในพระบาลี. คำว่า ทฺวิธา วิปากา
มีวิบากเป็น ๒ ส่วน คือ มีวิบากที่เป็นจริง หรือมีวิบากที่ไม่เป็นจริง.
คำว่า นาลเมตฺถ ในข้อนี้ไม่ควร ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตั้ง