Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 21 หน้าที่ 469

เล่ม มมร. 21 หน้า 469 ข้อ 759
เราได้พูดกะท่านไว้แต่ทีแรกทีเดียวมิใช่หรือว่า วันนี้ขอให้ท่านรักษาหน้าฉัน สักวัน ท่านทำนมสดและข้าวสารเป็นต้น มีประมาณเท่านี้ ให้ฉิบหายเสียแล้ว (เขา) ลุอำนาจความโกรธเป็นอย่างยิ่ง กล่าวว่า ก็หญิงถ่อยคนนี้ กล่าวสรรเสริญ สมณโคดมนั้นไม่เลือกที่ อย่างนี้ทีเดียว หญิงถ่อยบัดนี้เราจะยกวาทะต่อศาสดา นั้นของเธอ. ทีนั้น นางพราหมณีจึงกล่าวกะพราหมณ์นั้นว่า ไปซิพราหมณ์ ไปซิพราหมณ์ ท่านแล้วไปแล้วจักรู้สึก ดังนี้แล้วกล่าวว่า ท่านพราหมณ์ เราย่อมไม่เห็นบุคคลผู้จะยกวาทะ ฯลฯ ในโลกพร้อมทั้งเทวดา ดังนี้เป็นต้น. พราหมณ์นั้นเข้าไปเฝ้าพระศาสดาแล้วทูลถามปัญหาว่า ฆ่าอะไรซิ จึงจะอยู่เป็นสุข ฆ่า อะไรซิ จึงจะไม่เศร้าโศก ท่านโคดม ท่านชอบใจการฆ่าธรรมอะไรเป็นธรรม เอก. พระศาสดาตรัสตอบปัญหาว่า ฆ่าความโกรธแล้วอยู่เป็นสุข ฆ่า ความโกรธแล้วย่อมไม่เศร้าโศก พราหมณ์ พระอริยเจ้าทั้งหลายย่อมสรรเสริญการฆ่า ความโกรธซึ่งมีรากเป็นพิษมียอดร่อย เพราะฆ่าความโกรธได้แล้ว ย่อมไม่ เศร้าโศก. พราหมณ์นั้นบวชแล้วบรรลุพระอรหัต. น้องชายของพราหมณ์ นั่นแหละ ชื่ออักโกสกภารทวาชะได้ฟังข่าวว่า พี่ชายของเราบวชแล้ว จึงเข้า ไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแนะนำจึงบวชแล้วบรรลุพระอรหัต น้องชาย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka