Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 22 หน้าที่ 354

เล่ม มมร. 22 หน้า 354 ข้อ 281
สังขารทั้งหลายเสียได้ ด้วยอำนาจ (ที่สังขาร) เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป เพื่อ การพิจารณาด้วยวิปัสสนาสัมมาทิฏฐินั้น ในที่นี้ประสงค์เอาทิฏฐิทั้งสองอย่าง. บทว่า มิจฺฉาทิฏฺึ มิจฺฉาทิฏฺีติ ปชานาติ ได้แก่ รู้ชัดมิจฉาทิฏฐิ โดยอารมณ์ ด้วยการแทงตลอดลักษณะว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา. สัมมาทิฏฐิ ย่อมรู้ชัด สัมมาทิฏฐิโดยกิจ (คือ) โดยความไม่หลง. บทว่า สาสฺส โหติ สมฺมาทิฏิ ความว่า ความรู้อย่างนั้นนั้น ของเธอ ย่อมชื่อว่าเป็นสัมมาทิฏฐิ. บทว่า ทฺวยํ วทามิ ความว่า เรากล่าว (สัมมาทิฏฐิ) ไว้สองส่วน. บทว่า ปุญฺภาคิยา แปลว่า เป็นส่วนแห่งบุญ. บทว่า อุปธิเวปกฺกา แปลว่า ให้วิบาก คือ อุปธิ. ในบทว่า ปญฺา ปญฺณินฺทริยํ เป็นต้น ที่ชื่อว่า ปัญญา เพราะ จำแนกออกแล้ว ๆ ยังประตูแห่งอมตะให้ปรากฏ คือแสดงให้เห็น. ชื่อว่า ปัินทรีย์ เพราะทำความเป็นใหญ่ในอรรถ (ภาวะ) อันนั้น ชื่อว่า ปัญญาพละ เพราะไม่หวั่นไหวด้วยอวิชชา. ชื่อว่า ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ เพราะบรรลุองค์แห่งการตรัสรู้แล้ว ค้นคว้าสัจธรรม ๔. ชื่อว่า สัมมาทิฏฐิ เพราะเห็นดีงามด้วยความสมบูรณ์แห่งมรรค. ชื่อว่า องค์แห่งมรรค เพราะเป็นองค์แห่งอริยมรรค. บทว่า " โส " แปลว่า ภิกษุนั้น. บทว่า ปหานาย แปลว่า เพื่อต้องการละ. บทว่า อุปสมฺปทาย แปลว่า เพื่อต้องการได้เฉพาะ. บทว่า สมฺมาวายาโม ได้แก่ ความพยายามอันเป็นกุศลอันเป็นเหตุ นำออกจากทุกข์.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka