Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 23 หน้าที่ 97

เล่ม มมร. 23 หน้า 97 ข้อ 404
ช้างที่ยังไม่เคยไค้รับการฝึกเป็นต้น บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยความเป็นผู้มีจิตแน่ว แน่ พึงเห็นเป็นเหมือนการฝึกช้างที่เคยฝึกแล้วเป็นต้น. เปรียบเหมือนสัตว์ พาหนะมีช้างเป็นต้น ที่ยังไม่ได้รับการฝึก ย่อมไม่สมควรจะไปสู่สนามฝึก หรือถึงภูมิภาคอันสัตว์ผู้ฝึกแล้วพึงถึง โดยไม่ต้องทำเรือนยอด ไม้ต้องทอด ทิ้งธุระฉันใด บุคคลที่ปราศจากความเป็นผู้มีจิตแน่วแน่ก็ฉันนั้น ย่อมไม่ สามารถที่จะยังคุณอันบุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยเอกัคคตาจิตให้เกิดแล้ว ให้เกิดขึ้น บทว่า หตฺถวิลงฺฆเกน แปลว่า จูงมือกันไป. บทว่า ทิฏฺเยฺยํ แปลว่า ควรดู. บทว่า อาวุโฏ แปลว่า ปิดกั้นไว้. บทว่า นิวุโฏ แปลว่า บังไว้. บทว่า โอผุโฏ แปลว่า คลุมไว้แล้ว. บทว่า นาควนิกํ ความว่า ในหัตถิปโทปมสูตร ท่านเรียกบุรุษผู้ เที่ยวไปในนาควันว่า นาควิโก. ในข้อนี้ มีอธิบายว่า บุรุษผู้ฉลาดในการ ฝึกช้าง ย่อมสามารถจะคล้องช้างได้. บทว่า อติปสฺสิตฺวา แปลว่า เห็นแล้ว. บทว่า เอตฺถ เคธา ได้แก่ ความห่วงที่เป็นไปในนาควันนั้น. บทว่า สรสงฺกปฺปานํ แปลว่า ความดำริพล่าน. ในบทว่า มนุสฺสกนฺเตสุ สีเลสุ สมาทปนาย มีอธิบายว่า ในเวลาใด สตรีและบุตร กุมารกุมารี จับที่ งวงเป็นต้น เล่นหัวอยู่ด้วย ช้างไม่แสดงอาการผิดปกติ คืออยู่อย่างสบาย ในเวลานั้น ช้างนั้น ชื่อว่า ย่อมบรรเทิงใจ ตามปกติที่มนุษย์ต้องการ. บทว่า เปมนียา ได้แก่ พูดว่า พ่อคุณ พระราชาโปรดพ่อแล้ว จัก แต่งตั้งพ่อไว้ ในตำแหน่งมงคลหัตถีทีเดียว พ่อจักได้ของกินดี ๆ มีโภชนะ เป็นต้นที่คู่ควรแก่พระราชา คำพูดเห็นปานนี้ เป็นคำพูดที่ช้างรัก. บทว่า สุสฺสุสติ ความว่า ช้างย่อมประสงค์จะฟังถ้อยคำที่น่ารักเห็นปานนั้น. บทว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka