อุเบกขาเช่นนี้นั้น ไม่ล่วงเลยธรรมารมณ์ไปได้ เพราะฉะนั้น เราจึงเรียกว่า
อุเบกขาอาศัยเรือน เหล่านี้ อุเบกขาอาศัยเรือน ๖.
[๖๓๐] ใน ๓๖ ประการนั้น อุเบกขาอาศัยเนกขัมมะ ๖ เป็นไฉน.
คือ บุคคลเมื่อทราบความไม่เที่ยง ความแปรปรวน ความคลาย และความ
ดับของรูปทั้งหลายนั่นแล แล้วเห็นด้วยปัญญาชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า
รูปในก่อนและในบัดนี้ ทั้งหมดนั้น ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวน
เป็นธรรมดา ย่อมเกิดอุเบกขาขึ้น อุเบกขาเช่นนี้นั้น ไม่ล่วงเลยรูปไปได้
เพราะฉะนั้น เราจึงเรียกว่า อุเบกขาอาศัยเนกขัมมะ.
บุคคลเมื่อทราบความไม่เที่ยง ความแปรปรวน ความคลาย และ
ความดับของเสียงทั้งหลายนั่นแล. . .
บุคคลเมื่อทราบความไม่เที่ยง ความแปรปรวน ความคลาย และ
ความดับของกลิ่นทั้งหลายนั่นและ. . .
บุคคลเมื่อทราบความไม่เที่ยง ความแปรปรวน ความคลาย และ
ความดับของรสทั้งหลายนั้นแล . . .
บุคคลเมื่อทราบความไม่เที่ยง ความแปรปรวน ความคลาย และ
ความดับของโผฏฐัพพะทั้งหลายนั้นแล. . .
บุคคลเมื่อทราบความไม่เที่ยง ความแปรปรวน ความคลาย และ
ความดับของธรรมารมณ์ทั้งหลายนั้นแล แล้วเห็นด้วยปัญญาชอบตามความ
เป็นจริงอย่างนี้ว่า ธรรมารมณ์ในก่อนและในบัดนี้ทั้งหมดนั้น ไม่เที่ยง เป็น
ทุกข์ มีความแปรปรวน เป็นธรรมดา ย่อมเกิดอุเบกขาขึ้น อุเบกขาเช่นนี้
นั้น ไม่ล่วงเลยธรรมารมณ์ไปได้ เพราะฉะนั้น เราจึงเรียกว่า อุเบกขาอาศัย
เนกขัมมะ เหล่านี้อุเบกขาอาศัยเนกขัมมะ ๖. ข้อที่เรากล่าวดังนี้ว่า พึงทราบ
ทางดำเนินของสัตว์ ๓๖ นั้น เราอาศัยทางดำเนินนี้ กล่าวแล้ว.