เมื่อจะแสดงความสะดุ้งนั้น ทำความสะดุ้งเพราะความถือมั่น ไห้เป็นความสะดุ้ง
เพราะไม่ถือมั่น จึงกล่าวอย่างนี้ว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย ก็ความสะดุ้งเพราะ
ไม่ถือมั่นเป็นอย่างไร. เพราะไม่มีสังขารที่พึงถือมั่น ก็ผิว่า สังขารไร ๆ เป็น
ของเที่ยง หรือมั่นคง ไซร้ ก็จักเป็นของควรยึดถือว่า เป็นคน หรือ เนื่อง
กับตน. ความสะดุ้งนี้ เป็นความสะดุ้งเพราะตามถือมั่น. ก็เพราะธรรมดาสังขาร
ที่ควรถือมั่นอย่างนี้ ไม่มี เพราะฉะนั้น สังขารทั้งหลายแม้มีใจครองมีรูป
เป็นต้น โดยนัยมีอาทิว่า รูป อัตตา ก็เป็นของไม่ควรถือมั่นแท้. ความสะดุ้ง
นั้น แม้เป็นความสะดุ้งเพราะถือมั่นอย่างนี้เทียว โดยเนื้อความพึงทราบว่า
เป็นความสะดุ้งเพราะไม่ถือมั่น.
บทว่า อยฺถา โหติ ความว่า รูปแปรปรวนไป. แต่ก็พินาศไป
เพราะการละปกติ. บทว่า รูปวิปริณามานุปริวตฺติ ความว่า กรรมวิญญาณ
ย่อมแปรปรวนไปตามความแตกสลายของรูปโดยนัยมีอาทิว่า รูปของเราแปร-
ปรวนไปแล้ว หรือว่า รูปใดมีอยู่ รูปนั้นแลของเราไม่มี ดังนี้. บทว่า
วิปริณามานุปริวตฺตชา ความว่า อันเกิดแต่ความแปรปรวนไปตามความ
แปรปรวน คือ แต่จิตซึ่งมีอารมณ์มีความแปรปรวน. บทว่า ปริตสฺสนา
ธมฺมสมุปฺปาทา ได้แก่ ความสะดุ้งเพราะตัณหา และความเกิดขึ้นแห่ง
อกุศลธรรม. บทว่า จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺนฺติ ความว่า ย่อมตั้งครอบงำ
คือ ยึดถือ เวี่ยงไป ซึ่งอกุศลจิต. บทว่า อุตฺตาสวา ความว่า เขามีความ
หวาดเสียว เพราะความสะดุ้งจากภัยบ้าง มีความหวาดเสียว เพราะความสะดุ้ง
จากตัณหาบ้าง. บทว่า วิฆาฏวา ได้แก่ มีความคับแค้น มีทุกข์. บทว่า
อเปกฺขวา ได้แก่ มีอาลัย มีความห่วงใย. บทว่า เอวํ โข อาวุโส