Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 23 หน้าที่ 421

เล่ม มมร. 23 หน้า 421 ข้อ 739
ความจริง ภิกษุผู้ถึงฝั่งแล้ว จะอย่างยิ่ง ก็เท่าพระสารีบุตรนี้. อนาถบิณฑิกเทวบุตรกล่าวดังนี้แล้ว พระศาสดาทรงพอพระทัยต่อนั้น อนาถบิณฑิกเทวบุตรทราบว่า พระศาสดาทรงพอพระทัยจึงถวายอภิวาทพระ ผู้มีพระภาคเจ้า แล้วกระทำประทักษิณ หายตัวไป ณ ที่นั้นเอง. [๗๓๙] ครั้งนั้นแล พอล่วงราตรีนั้นไปแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อคืนนี้ล่วงปฐมยามไปแล้ว มีเทวบุตรตนหนึ่ง มีรัศมีงาม ส่องพระวิหารเชตวันให้สว่างทั่ว เข้ามาหาเรา ยังที่อยู่ อภิวาทแล้ว ได้ยืน ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พอยืนเรียบร้อยแล้ว ได้กล่าวกะเราด้วยคาถามีว่า พระวิหารเชตวันนี้มีประโยชน์ อัน สงฆ์ผู้แสวงบุญอยู่อาศัยแล้ว อันพระองค์ ผู้เป็นธรรมราชาประทับ อยู่เป็นที่เกิดปิติ แก่ข้าพระองค์ สัตว์ทั้งหลายย่อมบริสุทธิ์ ได้ด้วยธรรม อย่างนี้ คือ ธรรม ๑ วิชชา ๑ ธรรม ๑ ศีล ๑ ชีวิตอุดม ๑ ไม่ใช่บริสุทธิด้วยโคตร หรือด้วยทรัพย์ เพราะฉะนั้นแล บุคคลผู้เป็นบัณฑิต เมื่อ เล็งเห็นประโยชน์ของตน พึงเลือกเฟ้น ธรรมโดยแยบคาย จะบริสุทธิ์ในธรรมนั้น ได้ด้วยอาการนี้ พระสารีบุตรนั้นแล ย่อม บริสุทธิ์ได้ด้วยปัญญา ด้วยศีล และด้วย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka