Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 24 หน้าที่ 430

เล่ม มมร. 24 หน้า 430 ข้อ 339
วาจา ใจ ชนพวกนั้นชื่อว่าเป็นผู้รักษาตน ถึงแม้ชนพวกนั้นจะไม่มีพลช้าง พลน้ำ พลรถ หรือพลเดินเท้า คอยรักษา ถึงเช่นนั้นชนพวกนั้นก็ชื่อว่ารักษา ตน ข้อนั้นเป็นเพราะเหตุไร ก็เพราะเหตุว่าการรักษาเช่นนั้นเป็นการรักษา ภายใน มิใช่เป็นการรักษาภายนอก ฉะนั้น ซนพวกนั้นจึงชื่อว่าเป็นผู้รักษา ตน. [๓๓๙] พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้พระสุคตศาสดา ครั้นตรัสไวยากรณ์คำ ร้อยแก้วนี้จบลงแล้ว จึงได้ตรัสคาถาคำร้อยกรองต่อไปอีกว่า การสำรวมทางกายเป็นการดี การ สำรวมทางวาจาเป็นการดี การสำรวมทาง ใจเป็นการดี การสำรวมในที่ทั้งปวงเป็น การดี บุคคลสำรวมในที่ทั้งปวงแล้วมี ความละอายต่อบาป เรากล่าวว่าเป็นผู้ รักษาตน. อรรถกถาอัตตรักขิตสูตร พึงทราบวินิจฉัยในอัตตรักขิตสูตรที่ ๕ ต่อไป :- บทว่า หตฺถิกาโย ได้แก่ หมู่พลช้าง. แม้ในหมู่พลที่เหลือก็นัยนี้ เหมือนกัน. บทว่า สํวโร ได้แก่ ปิด. ด้วยบทว่า สาธุ สพฺพตฺถ สํวโร นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงความสำรวมแห่งกรรมที่ยังไม่ถึงความแตก แห่งกรรมบถ. บทว่า ลชฺชี แปลว่า ผู้มีหิริละอาย แม้โอตตัปปะ ก็เป็น อันทรงถือเอาแล้วด้วย ลัชชี ศัพท์ในบทนี้. จบอรรถกถาอัตตรักขิตสูตรที่ ๕
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka