Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 24 หน้าที่ 468

เล่ม มมร. 24 หน้า 468 ข้อ 367
นั่นแหละ เมื่อทรงล้างพระหัตถ์แล้ว มาณพก็ชักถาดออกมานับเมล็ดข้าว [ได้ เท่าใด] วันรุ่งขึ้น ก็ลดข้าวสารเสียเท่านั้น. บทว่า นาฬิโกทนปรมตาย สณฺาสิ ความว่า ได้ยินว่า มาณพ นั้น ไปสำนักพระตถาคตทุกวันเป็นผู้คุ้นกับพระทศพล. ต่อมาวันหนึ่ง พระผู้ มีพระภาคเจ้าตรัสถามมาณพนั้นว่า พระราชาเสวยเท่าไร. มาณพนั้นทูลตอบว่า ข้าวสุกทะนานหนึ่ง พระเจ้าข้า ตรัสว่าด้วยปริมาณเพียงเท่านี้ ส่วนของบุรุษนี้ นับว่าเหมาะ ตั้งแต่นี้ไป เจ้าอย่ากล่าวคาถาเลย. ดั่งนั้น พระราชาจึงดำรงอยู่ ในปริมาณนั้นนั่นแล ในคำว่า ทิฏฺธมฺมิเกน เจว อตฺเถน สมฺปรายิเกน จ นี้ความที่พระราชามีพระสรีระ สละสลวย ชื่อว่าเป็นประโยชน์ปัจจุบัน. ศีลชื่อว่า ประโยชน์ภายหน้า. ด้วยว่า ความเป็นผู้รู้จักประมาณในโภชนะ ย่อมชื่อว่าเป็น องค์ [ส่วน] ของศีลแล. จบอรรถกถาโทณปากสูตรที่ ๓
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka