ลำดับนั้นแล ท่านพระอนุรุทธะ อาศัยทิศอุดรนั่งขัดสมาธิในเวหา
เบื้องบนของพรหมนั้น ต่ำกว่าพระผู้มีพระภาคเจ้า เข้าเตโชธาตุกสิณแล้ว
[๕๗๙] ครั้งนั้นแล ท่านพระมหาโมคลลานะได้กล่าวกะพรหมด้วย
คาถาว่า
ผู้มีอายุ ทิฐิในก่อนของท่าน แม้ใน
วันนี้ก็ยังมีแก่ท่านหรือ ท่านเห็นพระผู้มี
พระภาคเจ้าผู้เป็นไปล่วงวิเศษ ผู้เป็นเบื้อง
หน้าของสัตว์ในพรหมโลกหรือ.
[๕๘๐] พรหมนั้นตอบว่า
ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ ทิฐิในเก่า
ก่อนของข้าพเจ้ามิได้มีแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า
ย่อมเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นไปล่วง
วิเศษ ผู้เป็นเบื้องหน้าของสัตว์ในพรหม
โลก ไฉนในวันนี้ ข้าพเจ้าจะพึงกล่าวว่า
เราเป็นผู้เที่ยงเป็นผู้ติดต่อกัน ดังนี้เล่า.
[๕๘๑] ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้ายังพรหมนั้นให้สลดใจแล้ว
ได้หายไปในพรหมโลกนั้น ปรากฏแล้วในพระวิหารเชตวันปานดังบุรุษมีกำลัง
พึงเหยียดออกซึ่งแขนที่คู้เข้า หรือพึงคู้เข้าซึ่งแขนที่ได้เหยียดออกแล้ว ฉะนั้น
ลำดับนั้นแล พรหมได้เรียกพรหมปาริสัชชะ๑ องค์หนึ่งมาว่า แน่ะ
ท่านผู้นิรทุกข์ ท่านจงมา ท่านจงเข้าไปหาท่านพระมหาโมคคัลลานะจนถึงที่อยู่
ครั้นแล้วจงกล่าวกะท่านพระมหาโมคคัลลานะอย่างนี้ว่า ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์
๑. คือพรหมสำหรับรับใช้ของมหาพรหม เพราะแม้มหาพรหมก็มีพรหมไว้รับใช้เหมือน
พระเถระมีภิกษุหนุ่ม ๆ ไว้ช่วยถือบริขาร ฉะนั้น