Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 168

เล่ม มมร. 25 หน้า 168 ข้อ 600 601
โกกาลิก ก็เธออย่าได้กล่าวเช่นนี้ โกกาลิก ก็เธออย่าได้กล่าวเช่นนี้ โกกาลิก เธอจงทำจิตให้เลื่อมใสในภิกษุชื่อว่าสารีบุตรและโมคคัลลานะ ภิกษุ ชื่อว่าสารีบุตรและโมคคัลลานะเป็นผู้มีศีลเป็นที่รัก. แม้ครั้งที่สามแล พระโกกาลิกภิกษุก็ทูลคำนี้กะพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ฯลฯ ตกอยู่ในอำนาจแห่งความปรารถนาอันลามก แม้ครั้งที่สามแล พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ตรัสตำนี้กะพระโกกาลิกภิกษุว่า ฯลฯ ภิกษุชื่อว่าสารีบุจรและโมคคัลลานะเป็นผู้มีศีลเป็นที่รัก. [๖๐๐] ลำดับนั้นแล พระโกกาลิกภิกษุลุกจากอาสนะถวายอภิวาท พระผู้มีพระภาคเจ้า กระทำประทักษิณหลีกไปแล้ว. ก็เมื่อพระโกกาลิกภิกษุหลีกไปแล้วไม่นาน ย่อมทั้งหลายขนาดเมล็ด พันธุ์ผักกาดได้ผุดขึ้นทั่วกายของเธอ ย่อมเหล่านั้นได้โตขึ้นเป็นขนาดถั่วเขียว แล้วก็โตขึ้นเป็นขนาดถั่วดำ แล้วก็โตขึ้นเป็นขนาดเมล็ดพุดทรา แล้วก็โตขึ้น เป็นขนาดลูกพุดทรา แล้วก็โตขึ้นเป็นขนาดผลมะชามป้อม แล้วก็โตขึ้นเป็น ขนาดผลมะตูมอ่อน แล้วก็โตขึ้นเป็นขนาดผลมะตูม ต่อจากนั้นก็แตกทั่ว แล้ว หนองและเลือดหลั่งไหลออกแล้ว. ครั้งนั้นแล พระโกกาลิกภิกษุได้การทำกาละแล้ว เพราะอาพาธอัน นั้นเอง ครั้นกระทำกาลแล้วก็เข้าถึงปทุมนรก๑ เพราะจิตอาฆาตในพระสารี บุตรและพระโมคคัลลานะ. [๖๐๑] ครั้งนั้นแล ท้าวสหัมบดีพรหม เมื่อราตรีปฐมยามล่วงแล้ว มีรัศมีงามยิ่งนัก ยังพระวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่าง เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ถึงที่ประทับ ครั้นแล้วถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วได้ยืนอยู่ ณ ที่ ควรส่วนข้างหนึ่ง. ๑.ปทุนนรก เป็นส่วนหนึ่งแห่งมหานรกอเวจี ผู้ที่เกิดในมหานรกอเวจีส่วนนี้จะต้อง หมกไหม้อยู่สิ้นกาลปทุมหนึ่ง ปทุมนั้นเป็นสังขยาซึ่งมีจำนวนสูญ ๑๒๔ สูญ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka