Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 470

เล่ม มมร. 25 หน้า 470 ข้อ 872 873 874 875
[๘๗๒] มาตลีเทพบุตรทูลว่า คนพาลไม่มีผู้กำราบ มันยิ่งกำเริบ เพราะฉะนั้น ธีรชนพึงกำราบคนพาลด้วย อาชญาอย่างรุนแรง. [๘๗๓] ท้าวสักกะตรัสตอบว่า ผู้ใดรู้ว่าคนอื่นโกรธแล้ว เป็นผู้มีสติ สงบระงับได้ เราเห็นว่าการสงบระงับได้ ของผู้นั้นแล เป็นการกำราบคนพาลละ. [๘๗๔] มาตลีเทพบุตรทูลว่า ข้าแต่ท้าววาสวะ ข้าพระองค์เห็น โทษในความอดทนนี้แล เมื่อใด คนพาล ย่อมสำคัญบุคคลนั้นว่า ผู้นี้ย่อมอดกลั้น ต่อเราเพราะความกลัว เมื่อนั้น คนมี ปัญญาทรามยิ่งข่มขี่ผู้นั้น เหมือนโคยิ่ง ข่มขี่โคตัวแพ้ที่หนีไป ฉะนั้น. [๘๗๕] ท้าวสักกะตรัสตอบว่า บุคคลจงสำคัญเห็นว่า ผู้นี้อดกลั้น ต่อเราเพราะความกลัวหรือหาไม่ก็ตามที ประโยชน์ทั้งหลายมีประโยชน์ของตนเป็น อย่างยิ่ง ประโยชน์ยิ่งกว่าขันติไม่มี ผู้ใด แลเป็นคนมีกำลังอดกลั้นต่อคนผู้ทุรพล ไว้ได้ ความอดกลั้นของผู้นั้น บัณฑิต
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka