[๘๗๒] มาตลีเทพบุตรทูลว่า
คนพาลไม่มีผู้กำราบ มันยิ่งกำเริบ
เพราะฉะนั้น ธีรชนพึงกำราบคนพาลด้วย
อาชญาอย่างรุนแรง.
[๘๗๓] ท้าวสักกะตรัสตอบว่า
ผู้ใดรู้ว่าคนอื่นโกรธแล้ว เป็นผู้มีสติ
สงบระงับได้ เราเห็นว่าการสงบระงับได้
ของผู้นั้นแล เป็นการกำราบคนพาลละ.
[๘๗๔] มาตลีเทพบุตรทูลว่า
ข้าแต่ท้าววาสวะ ข้าพระองค์เห็น
โทษในความอดทนนี้แล เมื่อใด คนพาล
ย่อมสำคัญบุคคลนั้นว่า ผู้นี้ย่อมอดกลั้น
ต่อเราเพราะความกลัว เมื่อนั้น คนมี
ปัญญาทรามยิ่งข่มขี่ผู้นั้น เหมือนโคยิ่ง
ข่มขี่โคตัวแพ้ที่หนีไป ฉะนั้น.
[๘๗๕] ท้าวสักกะตรัสตอบว่า
บุคคลจงสำคัญเห็นว่า ผู้นี้อดกลั้น
ต่อเราเพราะความกลัวหรือหาไม่ก็ตามที
ประโยชน์ทั้งหลายมีประโยชน์ของตนเป็น
อย่างยิ่ง ประโยชน์ยิ่งกว่าขันติไม่มี ผู้ใด
แลเป็นคนมีกำลังอดกลั้นต่อคนผู้ทุรพล
ไว้ได้ ความอดกลั้นของผู้นั้น บัณฑิต