Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 128

เล่ม มมร. 26 หน้า 128 ข้อ 70
แก่สุขเบื้องต้นแห่งอัปปนาสมาธิ. จริงอยู่ สุขนั้น ย่อมเป็นปัจจัยแก่ สมาธิที่มีฌานเป็นบาท. บทว่า ปสฺสทฺธิ ได้แก่การระงับความกระวน กระวาย. จริงอยู่ ปัสสัทธินั้น ย่อมเป็นปัจจัยแก่สุข ซึ่งเป็นเบื้องต้น แห่งอัปปนาสมาธิ บทว่า ปีติ ได้แก่ปีติที่มีกำลัง. จริงอยู่ ปีตินั้น ย่อมเป็นปัจจัยแก่การระงับความกระวนกระวาย. บทว่า ปาโมชฺชํ ได้แก่ ปีติที่มีกำลังอ่อน. จริงอยู่ ปีติที่มีกำลังอ่อน ย่อมเป็นปัจจัยแก่ปีติที่มีกำลัง. บทว่า สทฺธา ได้แก่ความเชื่อที่เกิดในภพต่อ ๆ ไป. จริงอยู่ ความ เชื่อที่เกิดในภพต่อ ๆ ไปนั้นย่อมเป็นปัจจัยแก่ปีติที่มีกำลังอ่อน. บทว่า ทุกฺขํ ได้แก่ทุกข์ในวัฏฏะ. จริงอยู่ ทุกข์ในวัฏฏะนั้น ย่อมเป็นปัจจัยแก่ ศรัทธาในภพต่อ ๆ ไป. บทว่า ชาติ ได้แก่ความเกิดแห่งขันธ์ที่มีอาการ ต่าง ๆ กัน. จริงอยู่ ชาตินั้น ย่อมเป็นปัจจัยแก่ทุกข์ในวัฏฏะ. บทว่า ภโว ได้แก่กามภพ. แม้บทที่เหลือ ก็พึงทราบโดยอุบายอย่างนี้. บทว่า ถุลฺลผุสิตเก แปลว่า มีเมล็ดใหญ่. ในบทว่า ปพฺพตกนฺทรปทรสาขา นี้ มีวินิจฉัย ดังนี้. ประเทศแห่งภูเขาที่ถูกน้ำ อันได้ชื่อว่า กัง เซาะ แตกออกเพราะน้ำ ชื่อว่า กันทระ ที่เรียกกันว่า นิตัมพะ ก็มี นิกุญชะ ก็มี. ภูมิประเทศ ที่แตกระแหง เมื่อฝนไม่ตกถึงกึ่งเดือน ชื่อว่า ปทระ เหมืองเล็กที่ชักไปยังกุสุพภะ ชื่อว่า สาขา. บ่อเล็ก ชื่อว่า กุสุพภะ. บ่อใหญ่ ชื่อว่า มหากุสุพภะ. แม่น้ำน้อย ชื่อว่า กุนนที. แม่น้ำใหญ่ มีคงคา ยมุนา เป็นต้น ชื่อว่า มหานที. ในบทว่า เอวเมว โข ภิกฺขเว อวิชฺชูปนิสา สงฺขารา เป็นต้น มีวินิจฉัย ดังนี้. พึงเห็น อวิชชาว่าเหมือนภูเขา อภิสังขารทั้งหลายว่าเหมือนเมฆ วัฏฏะมีวิญญาณ เป็นต้นว่าเหมือนแก่งน้ำ วิมุตติว่าเหมือนสาคร. ฝนตกบนยอดภูเขา ก็
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka