วาทานุปาโต ความว่า สหธรรมิกผู้ร่วมประพฤติธรรมไร ๆ แม้มี
จำนวนน้อย เป็นผู้เป็นไปกับเหตุ ด้วยเหตุแห่งคำอันชนเหล่าอื่นกล่าว
แล้ว ชื่อว่าตกไปตามวาทะ เข้าถึงวาทะของพระสมณโคดม ไม่พึงมาถึงเหตุ
ที่เหล่าผู้รู้ควรติเตียนอย่างไร. ท่านอธิบายไว้อย่างนั้นว่า เหตุที่น่าติเตียน
ในวาทะของพระสมณโคดม ด้วยอาการที่เป็นจริง จะไม่พึงมีได้อย่างไร.
บทว่า อิติ วทํ ความว่า บุคคลเมื่อกล่าวอย่างนี้ว่า ทุกข์มีเพราะผัสสะ
เป็นปัจจัย. บทว่า ตตฺร ได้แก่ ในวาทะ ๔ เหล่านั้น. คำว่า เต
วต อญฺตร ผสฺสา นี้ เป็นคำสาธกปฏิญญาว่า แม้ข้อนั้นมีเพราะ
ผัสสะเป็นปัจจัย. อธิบายในข้อนั้น มีดังนี้ว่า ก็เพราะเหตุที่เว้นผัสสะเสีย
การเสวยทุกข์ก็ไม่มี ฉะนั้น ข้อนั้น ก็พึงทราบเหมือนคำว่า แม้ข้อนั้น
มีเพราะผัสสะเป็นปัจจัย. สาธุการนี้ว่า สาธุ สาธุ อานนฺท พระผู้มี
พระภาคเจ้า ก็ประทานแก่พระสารีบุตรเถระ แต่ [ นั่น ] พระผู้มีพระ
ภาคเจ้าทรงปรึกษากับพระอานนทเถระ. คำว่า อิท ในคำว่า เอก-
มิทาหํ นี้ เป็นเพียงนิบาต. ความว่า สมัยหนึ่ง. คำนี้ท่านกล่าวเพื่อ
แสดงว่า มิใช่พระสารีบุตรเท่านั้นเข้าไปกรุงราชคฤห์อย่างเดียว ถึงเราก็
เข้าไป. มิใช่วิตกนี้เกิดแก่พระสารีบุตรอย่างเดียวเท่านั้น ก็เกิดขึ้นแม้แก่
เรา. การกล่าวกับพวกเดียรถีย์นี้ มิใช่เกิดแก่สารีบุตรนั้นอย่างเดียวเท่า
นั้น การกล่าวนั้น ก็เคยเกิดแม้แก่เรา. คำ ๒ คำนี้ว่า อจฺฉริยํ อพฺภูตํ
เป็นคำแสดงความพิศวง [ อัศจรรย์ ] อย่างเดียว. ก็ความของคำในคำ
ทั้ง ๒ นั้นว่า ที่ชื่อว่าอัจฉริยะ เพราะควรแก่การดีดนิ้ว [ปรบมือ].
ชื่อว่า อัพภูตะ เพราะไม่เคยมี ก็มีขึ้น. บทว่า เอเกน ปเทน ได้แก่
ด้วยบทบทเดียวนี้ว่า ทุกข์มีเพราะผัสสะเป็นปัจจัย. ตรัสความคัดค้านบท